2006/Nov/04

Story : Devil or Angel
Part8 : ช่วงชิงความเป็นใหญ่
Actor : พิชญะ +พิรัชต์นิธิไพศาลกุล /สายรุ้ง +น้ำฟ้า อรุณพิพัฒน์ธนโชติ
Author : fary_blue &
Rachel
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

ดินแดนสวรรค์

เทพพิรัชต์กำลังยืนกอดอกพิงหน้าต่างห้องของตน เหม่อมองไปข้างหน้า ไกลออกไปสุดสายตาคือ ดินแดนแห่งความมืดที่เค้าเหยียบย่างเข้าไป.........ดินแดนของศัตรู นับตั้งแต่สัญญาณแห่งสงครามเริ่มต้นขึ้น นี่ก็เหลือเวลาอีกแค่ 7 วันเท่านั้น

"พิรัชต์!" เทพพิรัชต์หันไปตามเสียงเรียก ยืนขึ้นเต็มตัวอย่างนอบน้อมเมื่อผู้เป็นบิดาเดินเข้ามาใกล้

"ท่านพ่อ"

"กำลังคิดเรื่องสงครามอยู่รึเปล่าลูก?" เทพศิวาเอ่ยถามอย่างรู้ทัน

"ก็คิดอยู่บ้างเหมือนกัน ท่านพ่อ....เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้ว"

"เจ้าหนักใจรึเปล่า?" คำถามแสดงความอาทรของบิดาทำให้พิรัชต์ยิ้มออกมาน้อยๆ ก่อนจะตอบกลับไป

"อย่างห่วงเลยท่านพ่อ..........ข้าพร้อมเสมอ!!"

ฟังคำตอบของบุตรชายแล้วก็บอกไม่ได้ว่าดีใจหรือไม่ คนเป็นพ่อเป็นแม่ หากเลือกได้คงยอมเสียสละแทนลูก เทพศิวา
มองออกไปเบื้องนอก ทิศทางที่พิรัชต์เพิ่งละสายตาจากมา

"พ่ออยากให้เจ้ารู้ไว้ว่าพ่อเองก็ไม่ได้ดีใจเลย หากลูกเป็นอะไรไป......แต่หน้าที่ๆ เกิดมาพร้อมกับตัวเจ้าคือ สิ่งที่พ่อภูมิใจ"

"ข้าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง!!" พิรัชต์รับคำหนักแน่น ก่อนที่จะได้ยินเสียงกาฬปักษ์มาตาม

"ท่านเทพพิรัชต์!! ไปซ้อมอาวุธได้แล้ว!"

"งั้นลูกขอไปซ้อมก่อนนะ"พิรัชต์หันมาบอกกับบิดาซึ่งพยักหน้ารับ แล้วหยิบดาบที่วางอยู่ข้างๆ ตัวเดินออกไป

เทพศิวากำลังจะเดินตามออกไปดูการซ้อมฝีมือของเทพพิรัชต์ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นสร้อยรูปดวงอาทิตย์ที่สายขาดเหมือนกับว่าถูกเกี่ยวขาด จึงหยิบขึ้นมาดู

"คงจะซ้อมหนัก จนสร้อยขาด...............ยังดีที่ไม่ได้ทำหายไปไหน"

หลังจากการซ้อมเสร็จแล้ว ต่างคนต่างแยกออกมาพักเหนื่อย เรวันต์และกาฬปักษ์เลี่ยงออกไปคุยปรึกษากันโดยไม่ทันได้สนใจพิรัชต์ ซึ่งนั่งหน้าขรึมอยู่คนเดียว ใจเหมือนรู้สึกพะวงถึงมารพิชญะยังไงบอกไม่ถูก.........แต่คงไม่ใช่หรอกมั้ง ปิศาจก็มีมากมายตั้งหลายตน จะบังเอิญเป็นพิชญะคนเดียวงั้นเหรอ

เด็ดดอกไม้สวรรค์ที่ขึ้นอยู่ตรงนั้นขึ้นมาเล่น มองกลีบบางๆ ที่ใสราวกับแก้วและเกสรที่ระยิบระยับราวกับเพชรแล้วก็นึกถึงคนที่เหมือนกับดอกไม้ดอกนี้.......กลีบบางๆ นั้นสวยงาม แต่ก็มีความแข็งที่ยากจะหักได้..........คนที่เห็นอยู่ข้างๆ พิชญะเป็นประจำ

หันไปมองเรวันต์กับกาฬปักษ์ที่ไม่ได้สนใจตน แล้วก็ตัดสินใจ ลุกออกไปจากตรงนั้นโดยไม่ได้บอกใคร อยากจะไปเจอใครซักคน แต่ถ้าหากได้เจอกับพิชญะก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี นับตั้งแต่พบกันคราวนั้น กลับมา ท่านแม่ก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องเป็นส่วนมาก บางทีที่เค้าไปหาก็ร้องไห้ออกมาเสียเฉยๆ

เจ้าเป็นใครกันแน่นะ?.........พิชญะ........มีความสำคัญต่อท่านแม่ยังไง??

ดินแดนปิศาจ

ธารฟ้านั่งมองพี่สาวที่ทำหน้าเศร้าอยู่นานแล้วอย่างไม่เข้าใจ ริมน้ำที่เคยนั่งเล่นกันอยู่กับท่านพี่พิชญะ แต่เวลานี้ เหลือเพียงเธอและพี่สาวเพียงสองคน

"อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันประลองแล้ว....ธารฟ้า" อยู่ๆ พราวรุ้งก็พูดขึ้นมาลอยๆ แต่ก็เจาะจงโดยเฉพาะว่าพูดกับใคร

"แล้วไงล่ะ?"

"พิชญะเป็นผู้ที่ถูกเลือกในการประลอง" พราวรุ้งตอบกลับไปน้ำเสียงเศร้าๆ แต่น้องสาวก็ยังไม่เข้าใจนัก เรื่องของพี่ๆ ทำไมมันถึงได้ซับซ้อนนักนะ

"แล้วมันเป็นไงเหรอ ทำไมพี่พราวรุ้งต้องมานั่งทำหน้าเศร้าด้วยล่ะ?"

แต่ละคำที่พราวรุ้งเอ่ยออกมา ธารฟ้ารู้สึกได้ว่า เหมือนกับพราวรุ้งจะร้องไห้ไปด้วย

"พิชญะจะต้องเป็นตัวแทนของฝ่ายปิศาจในการประลองที่จะต้องเดิมพันด้วยชีวิตถ้าหากพิชญะตาย......"

"บ้าสิ!! ท่านพี่ออกจะเก่งจะตาย ใครๆ ก็เห็นวันนั้นน่ะ ขนาดท่านอาจารย์ยังรับมือไม่อยู่เลย" ธารฟ้ารีบแทรกขึ้นมาอย่างร้อนรน เพราะในใจก็หวาดหวั่นตามคำพูดของพี่สาว ถึงจะเชื่อมั่นในฝีมือพี่ชายมากแค่ไหนก็ตาม

"พี่ไม่อยากหลอกตัวเองนะ ธารฟ้า พิชญะเก่งก็จริง แต่เราก็ไม่รู้ว่าฝ่ายเทพจะเก่งแค่ไหน"

ธารฟ้าได้ฟังแล้วก็เถียงไม่ออก ได้แต่พูดออกไปด้วยความไม่เข้าใจ

"ทำไมท่านพ่อถึงต้องทำให้มีสงครามด้วยนะ เราอยู่กันอย่างนี้ก็ดีแล้วนี่"

ความคิดของจอมมาร ใครก็ไม่อาจล่วงรู้ได้!

ไม่มีคำตอบให้นอกจากอาการลุกขึ้นจากพี่สาว ให้ธารฟ้าต้องเงยหน้ามองตาม

"พี่ไปตามหาพิชญะก่อนนะ ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน"

ธารฟ้าพยักหน้ารับ แต่ยังคงนั่งนิ่งเหมือนเดิม ให้พราวรุ้งต้องถาม

"แล้วเจ้าล่ะ?"

"ข้าอยู่นี่แหละ ไม่ไปหรอก พี่พราวรุ้งจะไปก็ไปเถอะ"

พอพราวรุ้งไปแล้ว ธารฟ้าจึงได้ถอนใจออกมา เป็นห่วงพี่ชายก็เป็นห่วง ท่านพ่อคิดยังไงนะ ไม่รักลูกเลยหรือไง ถึงให้ท่านพี่พิชญะไปเสี่ยงตายอย่างนั้น

แล้วอยู่ๆ ในใจก็หวนนึกไปถึงอีกคนนึง.........ทำไมต้องไปรู้สึกเป็นห่วงด้วยนะ นั่นน่ะ ฝ่ายศัตรูนะ!

"ธารฟ้า!!"

เสียงเรียกชื่อแผ่วเบาดึงให้ความคิดที่กำลังล่องลอยไปไกลกลับมา ธารฟ้าหันไปมองตามเสียงเรียกนั้นทันที เบื้องหลัง.......ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีขาวยืนนิ่งมองตรงมาเช่นกัน รัศมีสีทองเหมือนจะเปล่งประกายออกมามากกว่าทุกครั้งที่เห็น!

"พิรัชต์!"

"ทำไมเจ้ายังจะมาที่นี่อีก?" ธารฟ้าถามขึ้น เมื่อทั้งคู่กำลังเดินอยู่ในทุ่งหญ้ากว้าง สายลมแรงๆ พัดยอดหญ้าสีน้ำตาลให้ลู่ลง เช่นเดียวกับผ้าคลุมสีดำที่คลุมไหล่บอบบางและคลื่นผมสีน้ำตาลที่ปลิวไหวไปตามแรงลม

"ข้าอยากมาที่นี่.....ก่อนที่จะไม่ได้มาอีก" พิรัชต์พูดเสียงเรียบๆ หากดวงตานั้นจริงจังทุกถ้อยคำ เส้นผมสีน้ำตาลทองพัดมาปรกระใบหน้าเช่นเดียวกับอีกฝ่าย

"ทำไมถึงจะไม่ได้มาอีก" ได้ยินที่อีกฝ่ายพูดแล้วก็ใจหาย พูดราวกับจะไม่ได้พบกันอีก ถ้าเป็นอย่างนั้น มันจะเหมือนขาดบางสิ่งไปหรือเปล่านะ ทั้งๆ ที่พบกันได้ไม่กี่ครั้ง แต่ก็ทำให้รู้สึกเหมือนรู้จักกันมานาน

"เจ้าคงรู้เรื่องสงคราม........."

"รู้แล้ว!" ธารฟ้าตอบได้โดยไม่ต้องคิด "ข้าไม่เข้าใจเลย ทำไมจะต้องมีสงครามกันด้วยนะ ทั้งๆ ที่ตอนนี้ทุกอย่างก็สงบสุขดีอยู่แล้ว ยังจะต้องการอะไรกันอีก"

"เรื่องของจอมเทพและจอมมาร พวกเราไม่มีทางเข้าใจหรอก" ทั้งๆ ที่ผู้ที่ถูกเลือกอย่างเค้าควรจะเข้าใจได้ดีที่สุดสินะ

"แล้วถ้าหากเกิดสงครามขึ้นแล้ว.เราจะได้พบกันอีกมั้ย"

พิรัชต์ได้ยินคำถามก็รู้สึกเศร้าลึกๆ ..........ข้าจะมีชีวิตได้กลับมารึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย .แต่ในขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะปลาบปลื้มใจ จนเกือบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่.......ไม่ใช่ข้าคนเดียวใช่มั้ย ที่อยากพบเจ้า........ธารฟ้า!

"เจ้าอยากพบข้าอีกเหรอ?"

ธารฟ้าชะงักไป รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่ในดวงตาคมทำให้ต้องหลบสายตาของเทพพิรัชต์ที่มองมา พอเห็นธารฟ้าตอบไม่ถูก ตนเองก็แอบลอบยิ้มกับท่าทีขัดเขินของธิดาจอมมาร ก่อนจะนึกขึ้นได้

"ข้ามีอะไรจะให้เจ้าด้วย!" ธารฟ้าเหลือบมามองนิดๆ แต่ก็ยังแกล้งทำเมินไม่สน จนพิรัชต์ต้องถามลองใจ

"ไม่อยากได้เหรอ?"

อยากรู้เหมือนกันว่าพิรัชต์จะให้อะไร จึงหันกลับมามอง ก็เห็นดอกไม้กลีบบางใสเหมือนคริสตัลในมือของอีกฝ่ายที่ยื่นมาให้เธอ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน (แต่งไปแล้วนึกถึง Yumemonokatari อ่ะ ตรงท่อนฮุคที่แปลเป็นภาษาไทย ^_^.....เปิดประตูซักที แล้วเธอจะเห็นว่ายังมีใคร เปิดประตูหัวใจแล้วรับดอกไม้ของฉัน พร้อมกับคำว่ารักกกกก.......)

เมื่อเห็นว่าธารฟ้ายังไม่แน่ใจที่จะรับไว้ พิรัชต์จึงดึงเธอออกมารับดอกไม้ที่เค้าวางให้บนฝ่ามือ............กระแสร้อนๆ ของมือที่วางดอกไม้ลงมา ทำให้ธารฟ้าฉุกใจคิดไปถึงพี่ชาย........ร้อน!! หากแต่ไม่แรงเท่า!!

"ให้ข้าเหรอ?"

พิรัชต์พยักหน้าพร้อมกับตอบ "ดอกไม้สวรรค์!!"

ธารฟ้าแค่นยิ้ม ก้มลงพิจารณากลีบบางๆ ใสราวกับแก้วและเกสรที่ระยิบระยับตรงกลาง สวยเหลือเกิน สวยจนไม่น่าจะมาอยู่ในมือของฝ่ายที่อยู่ในความมืด

"แต่เผอิญว่าข้าเป็นปิศาจ!"

พิรัชต์ยิ้มน้อยๆ ออกมากับความคิดของธารฟ้า ตอบกลับมาด้วยคำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายต้องอึ้งเพราะจิตใจที่สื่อถึงกัน

"คู่ควรหรือไม่คู่ควร ไม่ได้อยู่ที่เผ่าพันธุ์...........หากแต่อยู่ที่จิตใจของเจ้า!ธารฟ้า"

ธารฟ้าเดินถือดอกไม้สวรรค์เข้ามาในปราสาทด้วยใบหน้าที่สดใส ดอกไม้คริสตัลกลีบบางดั่งแก้วไม่ได้เหี่ยวเฉาลงตามเวลาที่ล่วงเลยมาเลย

"ธารฟ้า!!"

"พี่พราวรุ้ง!" น้องสาวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากพี่สาวที่ยืนรอตนอยู่ เพราะความกังวลที่น้องสาวกลับมาช้ากว่าทุกครั้ง พอเห็นดอกไม้ที่ถือมาด้วยก็เอ่ยถาม

"ดอกไม้อะไร เจ้าไปเอามาจากไหน? สวยดีนะ" ในดินแดนปิศาจไม่เคยมีดอกไม้สวยงามอย่างนี้เลย

พอเห็นพี่สาวชอบก็ตอบไปอย่างยิ้มแย้ม นึกถึงเจ้าของดอกไม้

"พิรัชต์ให้ข้ามา!" พอฟังคำตอบจากอารมณ์ที่กำลังเย็นๆ ก็กลายเป็นเดือดขึ้นมาอีก

"ธารฟ้า! นี่เจ้ายังติดต่อกับเทพองค์นั้นอยู่อีกงั้นเหรอ" ธารฟ้าอ้ำอึ้ง ตอบไม่ถูก ก็ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงแล้ว ไม่คิดว่าพี่พราวรุ้งจะโกรธขนาดนี้ หลักฐานมันก็อยู่ในมือ ทิ้งก็ไม่ได้เสียด้วย แล้วเมื่อครู่ก็ตอบออกไปชัดเจนว่าใครให้มา

"ธารฟ้า! เค้าเป็นฝ่ายศัตรูนะ!!" ได้ยินประโยคนี้แล้ว ธารฟ้าก็อดแทรกขึ้นมาไม่ได้

"ทำไมต้องมองว่าเค้าเป็นศัตรูด้วย แค่เพียงว่าเค้าเป็นเทพแค่นั้นเองเหรอ!"

พราวรุ้งฟังที่น้องสาวพูดแล้วก็นิ่งไป รู้สึกผิดสังเกตอะไรบางอย่าง ทำไมธารฟ้าต้องออกรับแทนขนาดนั้นด้วย

"เจ้าคิดยังไงกันแน่.กับเทพองค์นั้น?" รู้สึกกลัวขึ้นมา หากธารฟ้าจะมีความรู้สึกดีๆ กับฝ่ายเทพ เธอก็คงไม่โทษว่าเป็นความผิดของน้องสาว แต่ไม่อยากให้น้องต้องมาทรมานใจเพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

"เค้าเป็นมิตรที่ดี!" ธารฟ้าตอบชัดถ้อยชัดคำ โดยไม่ต้องเสียเวลาคิดหาเหตุผล ตอบได้อย่างไม่มีพิรุธ...........ธารฟ้าไม่ได้คิดอะไรจริงๆ เหรอ หรือว่ายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความรู้สึกนั้น

"พี่คงห้ามเจ้าไม่ได้ใช่มั้ย?"

"ถึงจะห้าม ข้าก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องทำตามคำสั่งของท่าน!" ธารฟ้าตอบอย่างดื้อรั้น

'ข้าอยากพบเจ้าอีกครั้งได้มั้ย ธารฟ้า......ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป แล้วเราจะไม่ได้พบกันอย่างนี้อีก'

ธารฟ้านึกถึงคำพูดของพิรัชต์ก่อนที่จะจากลากัน การห้ามปรามของพราวรุ้งเปล่าประโยชน์

'ข้าพบเจ้าได้เสมอ มันขึ้นอยู่ที่เจ้าต่างหากล่ะ'

'ข้าจะมาพบเจ้าอีกครั้ง ก่อนวันประลองของฝ่ายเทพและปิศาจ เจ้ารู้ใช่มั้ยว่าวันไหน?' ธารฟ้าพยักหน้ารับ 'เจ้าต้องมาให้ได้นะ ธารฟ้า ข้าจะมารออยู่ริมแม่น้ำตรงนี้'

"งั้นพี่ขออย่างนึง ธารฟ้า..อย่าได้พูดอะไรที่เป็นจุดอ่อนของฝ่ายเราให้เค้าได้ยินเป็นอันขาด........อย่าบอกว่าพิชญะ คือผู้ที่ถูกเลือก!.สัญญาสิ ธารฟ้า!" พราวรุ้งเร่งคำตอบ เมื่อเห็นน้องสาวยังนิ่งเงียบไม่รับปากใดๆ

"ได้ ข้าจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น!"

นับตั้งแต่วันที่จอมมารออกไปตามพิชญะด้วยตัวเอง วันที่พิชญะเกิดทิษฐิมานะ ให้คำปฏิญาณต่อหน้าผู้เป็นบิดาด้วยการใช้ชีวิตตนเองเป็นเดิมพัน ซึ่งทำให้พราวรุ้งกังวลใจมาตลอด เพราะพิชญะเหมือนจะตามหาตัวยากกว่าปกติ หายออกไปทุกวันโดยไม่มีใครได้พบหน้าแล้วก็กลับมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเช่นนั้นมาตลอด 6 วัน

จนถึงวันนี้ ท่านพ่อเรียกพิชญะเข้าไปพบด้วยเรื่องอะไรพราวรุ้งเดาได้ว่าคงจะไม่พ้นเรื่องการประลองในวันพรุ่งนี้ พราวรุ้งเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องบิดาด้วยความเป็นห่วงพี่ชายที่หายเข้าไปนาน พอเห็นพิชญะเปิดประตูออกมาก็รีบตรงเข้าไปหาทันที

"พิชญะ........."

ใบหน้าที่นิ่งสงบ ทั้งที่ดวงตาไม่อาจจะปิดความโศกเศร้าเอาไว้ได้ พูดกับน้องสาวราวกับการเอ่ยลาธรรมดา

"พรุ่งนี้ข้าจะต้องไปแล้วนะ" พราวรุ้งพูดอะไรไม่ออก พยายามก้มหน้ากลั้นหยาดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาให้พิชญะได้เห็น กลัวว่าคำพูดราวกับกล่าวอำลาของพิชญะจะเกิดขึ้นจริงๆ กลัวการที่จะต้องพรากจากกัน

"มานี่สิ"

พราวรุ้งเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เข้าใจ พิชญะจะพาไปไหน แต่ก็เดินตามอีกฝ่ายไปแต่โดยดี ไกลจากตัวปราสาทออกไปทุกที ความมืดก็เข้าปกคลุมจนมองแทบไม่เห็นทาง จนกระทั่งมาถึงป่าทึบที่ปราศจากผู้ใดผ่านไปมา

"พิชญะ!!" พราวรุ้งรีบรั้งพี่ชายเอาไว้ เมื่อเห็นว่าเค้ายังคงเดินต่อไป แม้ว่าข้างหน้าจะเป็นเขตหวงห้ามก็ตาม

"นี่มันดินแดนต้องห้าม! ท่านพ่อห้ามเด็ดขาดไม่ให้ใครเข้าไป"

"เข้ามาเถอะ มันไม่มีอะไรเลย" พิชญะปลอบใจพราวรุ้ง พร้อมกับจับมือน้องสาวให้เดินเข้าไปด้วยกัน.........แม้จะยังหวั่นเกรง แต่มือที่จับกันไว้ก็ทำให้พราวรุ้งเชื่อมั่นว่า เค้าไม่มีวันปล่อยเธอไว้คนเดียว!

เดินตามพิชญะเข้าไปอย่างว่าง่าย จนมาถึงลานกว้างที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงใหญ่หนาทึบ พราวรุ้งเหลียวมองรอบตัวด้วยความแปลกใจ นี่น่ะหรือ ดินแดนต้องห้ามของท่านพ่อ

พิชญะปล่อยมือจากพราวรุ้ง ก่อนจะเดินนำเข้าไปอย่างคุ้นเคย

"ข้าใช้เวลาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็ก มาฝึกซ้อมอวุธอยู่บ่อยๆ โดยไม่ต้องมีใครสอน ไม่มีใครมารบกวน.........ดินแดนต้องห้ามมันก็แค่ป่าธรรมดา" พราวรุ้งเพิ่งจะเข้าใจ ว่าเหตุใดถึงไม่มีใครตามหาพิชญะได้พบเลยซักคน เพราะที่ๆ เดียวที่ไม่เคยมีใครตามเข้ามาคือที่นี่นี่เอง

รอยกรีดตามลำต้นไม้จางๆ ปรากฏให้เห็นแม้ว่าจะไร้แสงสว่าง พราวรุ้งแตะไปตามรอยกรีดนั้น รู้สึกได้ถึงพลังจากร่องรอยที่แทรกซึมอยู่ในเนื้อไม้ การฝึกซ้อมหนักที่ทำด้วยตนเอง

พิชญะนั่งลงตรงกลางลานกว้าง โดยมีพราวรุ้งนั่งอยู่เคียงข้าง ฝ่ามือแห่งผู้ที่ถูกเลือกโบกไปมาช้าท่ามกลางอากาศ ให้แมกไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาทึบข้างบนเปิดกว้างออก เห็นท้องฟ้ารัตติกาลที่พร่างพราวไปด้วยดวงประทีบกระพริบวิบวับ ก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนแขนตนเอง มองดูแสงเล็กๆ ที่อ่อนพลัง หากก็เป็นเพียงแสงสว่างเดียวที่สาดส่องลงมาในที่นี้

พราวรุ้งเงยหน้ามองตาม ดวงดาวมากมายระยิบระยับราวกับจะยิ้มให้เธอ แล้วหันมามองพิชญะ.......ในความมืดนั้น ดวงตาคมอ่อนโยนลงราวกับดวงดาวที่อยู่ข้างบน

"บางที ข้าก็มานอนเล่นที่นี่ทั้งคืน"

พราวรุ้งเอนกายลงข้างๆ ศีรษะพิงกัน ต่างคนต่างมองไปยังท้องฟ้าเบื้องบน

"ข้าอยากมานอนดูดาวอย่างนี้อีก" พราวรุ้งพูดขึ้น ดาวระยิบระยับนั้นสวยเหลือเกิน ทั้งที่เธอมองดาวบนท้องฟ้าครั้งใดก็ไม่เคยน่าชื่นชมเหมือนกับมองดาวจากที่นี่ ในดินแดนต้องห้ามที่ใครๆ ก็คิดว่าเร้นลับน่ากลัว กลับสวยงามได้ขนาดนี้เลยหรือ

"ถ้าหากพรุ่งนี้ข้าเป็นอะไรไป......" พิชญะพูดขึ้นลอยๆ ให้พราวรุ้งที่กำลังเพลิดเพลินกับหมู่ดาว ตื่นขึ้นจากภวังค์

"เจ้าต้องชนะนะ พิชญะ!"

"ไม่รู้สิ ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก" พิชญะพูดออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง หวั่นเกรงมาตลอด โดยที่ไม่รู้ว่าอะไรทำให้คิดอย่างนั้น

"ถ้าเจ้าแพ้ ฝ่ายปิศาจก็ต้องแพ้ เจ้าจะแพ้ไม่ได้นะ พิชญะ!"

"เจ้ากำลังให้กำลังใจข้าอยู่งั้นเหรอ?"

"ไม่รู้สิ ข้ารู้แต่ว่า จริงๆ แล้ว ข้าไม่สนหรอก ว่าใครจะแพ้หรือชนะ แต่.......ข้าไม่อยากให้เจ้าจากพวกเราไป"

พิชญะหลับตาลง วันสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ อนาคตวันพรุ่งนี้ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ พิชญะตัดสินใจพูดออกไปจากใจ แม้ว่าจะไม่รู้ว่ามันจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ก็ตาม

"ข้าจะไม่จากเจ้าไปไหน ข้า........จะอยู่กับเจ้าเสมอ......."

ณ ริมแม่น้ำ

สายน้ำที่นำพาใครบางคนก้าวข้ามรอยแบ่งแยกมายังอีกฟากฝั่งหนึ่ง สายสัมพันธ์ที่เส้นบางๆ ที่ผูกเอาไว้ เหนือหน้าผาสูง ลมราตรีพัดพาขึ้นมาจากน้ำ หมุนวนอยู่รอบร่างสองร่างที่นั่งหันหลังพิงกันอยู่ริมแม่น้ำ

"ดึกป่านนี้แล้ว เจ้ายังไม่กลับอีกเหรอ เดี๋ยวพี่ชายกับพี่สาวเจ้าก็เป็นห่วงกันหรอก" วันนี้เค้าใช้เวลาอยู่กับธิดาจอมมารนานแค่ไหนนะ วันทั้งวันรึเปล่า ตั้งแต่เช้าจนดึกขนาดนี้

"ข้าน่าจะถามเจ้ามากกว่า ที่นี่มันดินแดนปิศาจนะ ข้าจะกลับเมื่อไหร่ก็ได้ เจ้าสิ เมื่อไหร่จะกลับ" ธารฟ้าย้อน

"นี่ไล่กันเลยเหรอ ข้ายังไม่รู้เลยว่าจะได้มาที่นี่อีกเมื่อไหร่"

"เออ แล้วถ้าผ่านวันนี้ไป เจ้ายังจะมาพบข้าได้อีกมั้ย" ธารฟ้าหันกลับมาถาม

"ไม่รู้สิ ข้ารับปากอะไรไม่ได้ทั้งนั้น"

"ทำไมล่ะ เอาให้มันแน่นอนหน่อยสิ" ธารฟ้าไม่ทันใจ พิรัชต์เลยตอบประชดกลับไป "ก็ใครจะไปมองเห็นอนาคตได้ล่ะ"

"เฮ่อ!" ธารฟ้าถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย ไม่อยากคิดว่าจะไม่ได้เจอเค้าอีก "ข้ายังพาเจ้าเที่ยวดินแดนปิศาจไม่ทั่วเลย"

"แค่ได้อยู่กับเจ้าตอนนี้ ข้าก็พอใจแล้วล่ะ" คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว แม้ว่าความตายกำลังรออยู่เบื้องหน้า ขอเพียงได้พักผ่อนจิตใจ ไม่คิดถึงเรื่องอะไรเลย

พิรัชต์หลับตาสบายๆ เอนศีรษะพิงกับศีรษะของอีกฝ่ายที่นั่งพิงหลังกัน แต่ธารฟ้าฟังแล้วพูดไม่ออก พิรัชต์พูดอย่างนี้ หมายความว่ายังไงกันแน่ ดวงอาทิตย์ที่ลาลับไปแล้ว เหลือเพียงแต่แสงแห่งดาวที่ส่องประกายอยู่เหนือดินแดนสวรรค์ จนท้องฟ้าฟากนั้นเป็นประกายสีขาว ทำให้ไม่อาจจะเห็นได้ว่าธารฟ้ากำลังหน้าแดง

"อ้าว! ทำไมเงียบไปล่ะ?" เทพพิรัชต์ถามทำลายความเงียบ เมื่อคนที่นั่งพิงหลังอยู่ด้วยกัน หยุดพูดไปซะเฉยๆ

"ก็.........ก็เจ้าพูดไม่รู้เรื่อง ข้าเลยไม่รู้จะตอบยังไงดีน่ะสิ" ธารฟ้าเฉไฉพร้อมกับโยนความผิดไปให้อีกฝ่าย

พิรัชต์ทำหน้าไม่เข้าใจ............นี่ข้าผิดเหรอ? ก็พูดออกไปอย่างที่ใจคิดน่ะ!

"ธารฟ้า! พี่ชายเจ้าเป็นคนยังไงเหรอ?" อยู่ๆ พิรัชต์ก็ถามขึ้นมา คนเป็นน้องสาวก็อดระแวงไม่ได้ ที่ศัตรูมาถามถึงพี่ชาย

"ทำไมถึงถามอย่างนั้นล่ะ?"

"ก็ข้าเห็นเจ้าไม่เหมือนพี่ชายเจ้าเลยซักอย่าง แล้ว......เค้าไม่ค่อยจะเป็นมิตรด้วย ทั้งๆ ที่ข้าพยายามผูกมิตรด้วยแล้ว" พิรัชต์หาข้ออ้าง

"ประลองกันจนสร้อยเจ้าขาดน่ะนะ การผูกมิตรของเจ้า" ธารฟ้าย้อนถามเสียงสูง

"ก็นั่นแหละ วิธีผูกมิตรของข้า!"

"แล้วเช่นนั้น ทำไมเจ้าไม่มาผูกมิตรกับข้าแบบนั้นบ้างล่ะ ข้าจะได้ใช้ธนูเซียนวารีของข้าทักทายเจ้าบ้าง!"

"แค่น้าวสายธนูจะไหวรึเปล่าก็ไม่รู้" พิรัชต์แกล้งล้อ แต่ธารฟ้าโกรธจริงๆ ลุกขึ้นเร็วจนพิรัชต์หงายหลัง

"เจ้า!!"

"นี่ไง แค่นี้เจ้าก็ไม่เหมือนพี่ชายเจ้าแล้ว ใจร้อนอย่างนี้แล้วจะไปยิงใครได้ล่ะ"

ธารฟ้าพยายามระงับอารมณ์ไม่ให้โกรธตอบ เพราะคำพูดไม่เข้าหู นั่งลงที่เดิม

"ท่านพี่พิชญะน่ะ ดุมากๆ ใครๆ ก็กลัวเกรงกันทั้งนั้น เป็นคนเดียวที่กล้าขัดคำสั่งท่านพ่อ แล้วก็เก่งมากๆ ด้วย"

พิรัชต์นิ่งฟังธารฟ้าที่กล่าวชื่นชมพี่ชายให้ฟังเพลิน แล้วก็ต้องสะอึกเมื่อได้ยินธารฟ้าพูดต่อไปโดยไม่ทันได้คิดอะไร

"ข้าว่าเจ้าน่ะ เหมือนท่านพี่ข้ามากกว่าข้ากับพี่พราวรุ้งซะอีก!"

จะเหมือนกันได้ยังไงล่ะ คนละสายเลือด คนละฝ่าย!

"เอ้อ แล้วฝ่ายเทพเลือกใครมาประลองในวันพรุ่งนี้เหรอ?" คนที่มาสู้กับท่านพี่พิชญะจะเก่งขนาดไหนนะ

"ก็......เอ่อ....." พิรัชต์ตะกุกตะกัก ไม่อยากบอกให้ธารฟ้าได้รู้เลย "เพื่อนของข้าคนนึง............แล้วฝ่ายเจ้าล่ะ?"

........อย่าบอกว่าพิชญะ คือผู้ที่ถูกเลือก!.สัญญาสิ ธารฟ้า!........

"ไม่รู้สิ ท่านพ่อเป็นผู้จัดการเรื่องทั้งหมด"

แล้วก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน

"ดาวดวงนั้นสวยจัง" ธารฟ้าเปรยออกมา ซบหน้าลงกับท่อนแขนของตนเองดวงตาทอดมองไปยังดวงดาวที่สุกสกาวอยู่ไกลแสนไกล พิรัชต์จึงหันไปมอง ดวงดาวที่ขึ้นอยู่ทางด้านดินแดนสวรรค์

"ข้าเห็นดาวดวงนั้นทุกคืนเลย ธารฟ้า มันส่องแสงสว่างอยู่ทุกคืนในดินแดนสวรรค์"

"เจ้าโชคดีมากเลยนะ บนดินแดนสวรรค์คงจะมีอะไรที่สวยงามอีกมาก" อยากให้เวลาหยุดอยู่อย่างนี้นานๆ

พิรัชต์หันมาหาธารฟ้าที่ยังนั่งมองดาวดวงนั้นอย่างเหม่อลอย

"งั้น ต่อไปข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวดินแดนสวรรค์บ้าง"

"จริงเหรอ?" ธารฟ้าถามด้วยความตื่นเต้น ยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง "เจ้าสัญญานะ พิรัชต์!"

เทพพิรัชต์พยักหน้า ส่งรอยยิ้มอ่อนโยนตอบพร้อมกับยื่นมือมาเกาะเกี่ยวกันเอาไว้เป็นคำมั่น ก่อนจะเปลี่ยนมากุมมือขาวๆ บอบบางของธารฟ้าเอาไว้หลวมๆ หากแต่ก็อบอุ่น..............

จะมีวันนั้นหรือไม่ ไม่มีทางรู้!

นักพยากรณ์แห่งดินแดนปิศาจยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเหนืออ่างน้ำแห่งคำทำนาย เฝ้าเพ่งมองกระแสน้ำสีทะมึนที่ยังคงมืดสนิท ไร้แสงสว่างใดๆ

"ตามหาเด็กคนนั้นเจอรึยัง? นิรยะ!"

จอมมารซึบาสะเดินเข้ามา แล้วตรงเข้าไปที่อ่างแก้วทันที น้ำในอ่างยังคงหมุนวนเป็นปริศนาอยู่เช่นเคย

นิรยะส่ายหน้าปฏิเสธ.............นานนับสิบปีที่เค้าเฝ้ามองอ่างแก้วพยากรณ์ แต่ก็ยังตามหาคนอีกคนในคำพยากรณ์ไม่พบ ไม่น่าเป็นไปได้ ที่เด็กตามคำทำนายว่าจะนำพาความหายนะมาสู่ดินแดนปิศาจ จะไม่ปรากฏตัวออกมาเลย มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ

เด็กที่จะนำความรุ่งเรืองมาสู่ดินแดนปิศาจ รู้แน่แล้วว่าคือ พิชญะ!

"ข้ายังมองไม่เห็นอะไรเลย จอมมาร"

"ก็ขอให้คำพยากรณ์ของเจ้ามันผิดพลาดก็แล้วกัน นิรยะ ไม่มีใครที่จะมาทำลายดินแดนปิศาจได้ มีแต่พิชญะที่กำลังจะนำชัยชนะมาสู่ดินแดนปิศาจ!"

จอมมารซึบาสะพูดแล้วก็เดินออกไป เวลานี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการประลองวันพรุ่งนี้!

ในขณะเดียวกัน หากต่างกันที่สถานที่

ภายในปราสาทแห่งจอมเทพฮิเดอากิ เทพปพนธีร์ก็ยังคงเฝ้ามองน้ำในอ่างแก้วพยากรณ์นั้นไม่ต่างจากมารนิรยะ

"วันพรุ่งนี้ก็ถึงวันประลองแล้ว ทำไมเทพอีกองค์จึงยังไม่ปรากฏกายอีก"

ต่างก็เฝ้าตามหาบุคคลที่เป็นไปตามคำทำนาย หารู้ไม่..........ว่าคนที่ตามหา คือ บุคคลคนเดียวกัน!

"ข้ายังมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ราวกับมีเมฆหมอกมาบดบัง.................แต่ ทุกอย่างใกล้เข้ามาแล้ว ข้ารู้เพียงแต่ว่า เทพองค์นั้น อยู่ไม่ไกลแล้ว!"

ได้ฟังคำของเทพปพนธีร์แล้ว จอมเทพก็ครุ่นคิดปรึกษาเรื่องที่สงสัยมาหลายวัน

"วันนั้น.....ก่อนที่ข้าจะส่งสัญญาณสงคราม เข็มกลัดเปล่งแสงเจิดจรัสราวกับบอกเหตุอะไรซักอย่าง" เทพปพนธีร์นิ่งฟังจอมเทพ

"ตอนนั้น ข้าคิดว่าเป็นสัญญาณเตือนแห่งสงคราม.........แต่........เหมือนมีอะไรบางอย่างมากกว่านั้น"

วันที่สายเลือดแห่งเทพได้เหยียบย่างกลับคืนมาสู่ดินแดนสวรรค์!!

พิรัชต์เดินกลับเข้ามาในปราสาทในยามราตรี ลืมนึกไปว่า ทุกๆ คนคงจะเป็นห่วงเค้ามาก เพราะวันพรุ่งนี้คือวันประลอง เทพพิรัชต์หายออกไปทั้งวัน

"ท่านพี่พิรัชต์!"

เสียงเรียกจากข้างหลังที่ทำให้พิรัชต์ชะงักกึก นี่กาฬปักษ์ปล่อยให้น้องสาวมาอยู่รอข้าแทนตัวเองงั้นเหรอ? หันกลับไปตอบด้วยความระอา

เทพีองค์น้อย ใบหน้าสวยหวานงดงาม ดวงตาเปล่งประกายแก่นกล้า คลื่นผมสีดำหยักสลวย

"อย่ามาเรียกข้าอย่างนี้ได้มั้ย? เจ้าไม่ใช่น้องข้านะ นิลทรา" (นิน-ทะ-รา = นิล คือ สีดำ ทรา คือ ความงาม - ความงามที่เป็นสีดำ เพรากาฬปักษ์คือข้างแรม........กลัวคนอ่าน อ่านผิด เพราะคนแต่งยังอ่านผิดเลย)

นิลทราหน้าเสียไป แต่ก็ยังต่อปากต่อคำได้

"ก็ท่านเป็นเพื่อนกับท่านพี่กาฬปักษ์ ข้าก็ต้องเรียกท่านว่าท่านพี่เช่นกัน"

พิรัชต์หันหน้าหนี ไม่อยากอธิบาย เลยเหลือบไปเห็นสาวน้อยอีกคนหนึ่ง ในรูปลักษณ์ที่ไม่ต่างกันนัก หากแต่ผมเป็นสีทองอ่อนๆ ราวกับแสงแห่งดวงจันทร์ นั่งรออยู่ในอาการที่แสดงออกว่าเบื่อหน่ายเต็มที

นี่รอคนเดียวยังไม่พอ ยังจะลาก ยามิรา น้องสาวของเรวันต์ออกมานั่งรอเป็นเพื่อนอีก

"พรุ่งนี้ท่านต้องไปประลองแล้วนะ" นิลทราพูดขึ้นเมื่อเห็นเทพพิรัชต์กำลังจะเดินจากไป ไม่สนใจที่ตนอุตส่าห์มานั่งรอ

"ข้ารู้แล้ว ไม่ต้องมาย้ำหรอกน่า"

"ข้าจะเป็นกำลังใจให้ท่านนะ ท่านพี่พิรัชต์" เทพีองค์น้อยยังคงพูดต่อไป หวังว่าเทพพิรัชต์จะมีไมตรีให้ซักนิด

"ขอบใจ แต่ข้ามีอยู่แล้วล่ะ" พิรัชต์ตอบแบบไร้เยื่อใย จนอีกฝ่ายชักจะเคืองใจ

"ท่านคิดว่าเราจะชนะมั้ย?"

"ทำไมถึงถามอย่างนั้น?" พิรัชต์ไม่เข้าใจ ถามราวกับว่า ไม่มั่นใจในตัวเค้า

"นี่มันคือสงครามที่ต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพันเลยนะ ชีวิตของท่านนะ ท่านพี่พิรัชต์!"

"รู้มาก พอได้แล้ว!" เทพพิรัชต์ดุตัดบทพร้อมกับเดินจากนิลทราและยามิรามา โดยที่ยังคิดค้างถึงเรื่องที่เธอพูดเอาไว้..........

ใช่! สงครามที่เค้าต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตเป็นเดิมพัน!

ย่างเข้าเวลาของวันใหม่ หากแต่ทั้งพิชญะและพราวรุ้งเพิ่งจะกลับมาเข้ามาในปราสาท

"ไปนอนเถอะ พราวรุ้ง.......ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ยังต้องเผชิญกับอะไรอีกเยอะ" พิชญะพูดด้วยความห่วงใย พร้อมกับแตะปลายนิ้วลงบนผิวแก้มที่เย็นจัดของน้องสาว เพราะไปตากน้ำค้างกันมาครึ่งคืน

อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ที่จะได้พูดอย่างนี้!

พราวรุ้งพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ค่อยๆ ปล่อยมือพิชญะที่จับกันอยู่ช้าๆ ก่อนจะเดินกลับห้องตัวเอง

เมื่อพราวรุ้งไปแล้ว พิชญะก็กำลังจะเดินกลับห้องตัวเองเช่นกัน แต่เมื่อหันหลังมา ก็ต้องพบกับผู้เป็นบิดาที่ยืนรอ

"ดินแดนปิศาจอยู่ในมือของเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้นนะ พิชญะ เจ้าจงรักษาชีวิตของทุกคนที่นี่ไว้ให้ได้.สงครามครั้งนี้ เอาชีวิตเจ้าเป็นเดิมพันเพื่อทุกๆ คน!"

พิชญะนิ่งฟังด้วยความกังวลที่ทวีมากขึ้น เค้าคนเดียว หากต้องรับผิดชอบชีวิตของทุกคนที่นี่ทั้งหมด หากแพ้.......ก็ไม่ใช่ชีวิตเดียวที่จะต้องสูญสลายไป!

คนอื่นไม่ห่วงเท่าไร ดินแดนปิศาจจะเป็นของใครก็ไม่มีความสำคัญ แต่น้องสาวทั้งสองคน..........

"ข้าจะต้องทำให้ได้ ไม่ใช่ว่าเพราะข้าต้องการดินแดนแห่งนี้ แต่เพราะที่นี่...............มีคนที่ข้ารักอยู่!" พิชญะตอบอย่างหนักแน่น เป็นครั้งแรกที่พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาต่อหน้าผู้เป็นบิดา คำพูดที่ไม่เคยเอ่ยออกมา ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา

จอมมารซึบาสะเฝ้ามองตามหลังไป

พิชญะ.........หากเจ้าได้ชัยชนะกลับมา นอกจากดินแดนปิศาจที่จะเป็นของเจ้าแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ข้าจะมอบให้คงมีค่ามากกว่าดินแดนปิศาจของข้าในความคิดของเจ้า..............สายตาของพวกเจ้าที่ข้าเห็น มันมากเกินกว่าที่ทุกคนเคยเห็น ซึ่งแม้แต่พวกเจ้าเองก็คงไม่รู้ตัว.........เพราะฐานันดรที่ปิดบังซ่อนเร้นอยู่

เจ้าคงจะไม่รังเกียจ เพราะยังไง พวกเจ้าก็ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน!

เพราะข้าเลี้ยงเจ้ามาหรอกนะ ข้าจึงไว้ใจเจ้า

เพียงแค่เจ้าชนะ..............ทุกอย่างก็จะเป็นของเจ้า พิชญะ!

ในที่สุดวันที่ทุกคนรอคอยและหวั่นเกรงก็มาถึง หากก็ยังมีบุคคลหนึ่งที่ยังคงปฏิบัติตนเช่นเดิมเหมือนทุกคืนวันที่ผ่านมา ร่างบุรุษชราจะยังก้มๆ เงยๆ อยู่เหนืออ่างแก้ว

เมฆหมอกดำทะมึนที่แผ่ปกคลุมอยู่เหนืออ่างแก้วเริ่มลอยหายไป ราวกับว่าปริศนาทั้งหมดกำลังจะถูกคลี่คลาย มารนิรยะหรี่ตาเพ่งพินิจเพราะแสงสีขาวที่สว่างจ้าขึ้นมาจากอ่างแก้ว จนภาพที่เลือนลางนั้นปรากฏแก่สายตาชัดขึ้นเรื่อยๆ

ร่างบุรุษคนหนึ่งในชุดสีขาวบริสุทธิ์ลอยขึ้นจากพื้นดิน เหนือสนามการประลอง ดวงหน้าสงบ ตาหลับนิ่งราวกับไร้ความรู้สึก ปีกขนนกสีขาวเบาบาง ใสดั่งแก้วยื่นออกมาจากกลางหลัง โบกสะบัดอย่างแข็งแรง.............สัญลักษณ์แห่งเทพ!!

ดวงตาที่พร่ามัวเพราะความชราเบิกโพลง อย่างคาดไม่ถึง

เป็นไปไม่ได้!

"จอมมาร!" มารนิรยะปรากฏร่างขึ้นต่อหน้าจอมมารซึบาสะ ด้วยท่าทางเร่งรีบผิดวิสัย

"มีอะไร? ตอนนี้ข้ากำลังรีบ เอาไว้ข้ากลับมาแล้วค่อยพูดก็แล้ว" จอมมารซึบาสะตัดบทอย่างไม่สนใจ ตอนนี้เรื่องอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการประลองของพิชญะ!

"แต่........" พูดไปก็ไร้ประโยชน์ จอมมารไม่แม้แต่จะฟังสักนิด ให้นิรยะได้แต่ถอนใจ

คำพยากรณ์กำลังจะเป็นจริงแล้ว!

"พิชญะ!!"

มารพิชญะสะดุ้งขึ้นเมื่อได้ยินเสียงจอมมารเรียกเร่งอยู่ด้านนอก ละสายตาขึ้นมาจากกระบี่ที่วางสงบนิ่งอยู่ตรงหน้า หลังจากที่นั่งเฝ้ามองอาวุธประจำตัวของตนเองอยู่นานแล้ว.............วันนี้........อีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้.........เค้ากำลังจะเดินขึ้นไปอยู่บนเส้นแห่งความเป็นความตาย

ถอนใจออกมาก่อนจะหยิบกระบี่มารโลหิตของตนจะเดินออกไปหาผู้เป็นบิดา แต่แล้วสายตาก็ต้องไปสะดุดตราดวงอาทิตย์ที่เปล่งประกายออกมาดังแสงจากดวงตะวันที่แท้จริง

ก็เก็บดีแล้วนี่! ทำไมยังเห็นได้ชัดอยู่นะ?

คิดแล้วพิชญะก็หยิบสายสร้อยขึ้น สวมลงบนลำคอของตนเองแล้วเก็บไว้ใต้อาภรณ์สีดำเดี๋ยวหายไป และไม่อยากให้ท่านพ่อเห็น เดี๋ยวจะรู้ว่าเค้าแอบเข้าไปในดินแดนต้องห้ามมา

เทพพิรัชต์เดินออกมาจากห้องพร้อมกาฬปักษ์และเรวันต์ ใบหน้านิ่งมิได้บอกความรู้สึกว่าหวาดกลัวหรือตื่นเต้นใดๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเทพศิวา

"ขอให้ลูกโชคดีนะ พิรัชต์!" พิรัชต์ก้มหน้ารับคำอวยพรจากบิดา พร้อมกับสร้อยทองรูปดวงอาทิตย์ที่ทาบทับลงมาบนลำคอ

"สร้อย?" พิรัชต์พึมพำเบาๆ จับตราดวงตะวันที่เปล่งแสงขึ้นมาดู สร้อยของเค้า เส้นที่ขาด ท่านพ่อซ่อมให้งั้นเหรอ

"พลังจากพ่อและแม่.........." เทพพิรัชต์ก้มหน้าต่ำด้วยความซาบซึ้งใจ ทั้งรักและอาลัยกลัวว่าจะไม่ได้กลับมาพบกันอีก

"พิรัชต์!" เสียงเรียกของมารดาทำให้เทพพิรัชต์ต้องหันกลับไปมองด้านหลัง

"ท่านแม่" ดวงตาของเทพีดารัลมองหน้าบุตรชายอย่างทุกข์ทรมานใจ ก่อนจะดึงร่างตรงหน้าเข้ามากอด พิรัชต์กอดตอบกลับไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วงผู้เป็นมารดา

"อย่าห่วงเลยท่านแม่ ข้าไม่เป็นอะไรหรอก"

"แม่จะลงไปดูด้วย"

"อย่าเลยท่านแม่ ท่านรออยู่ที่นี่ดีกว่า" พูดไปด้วยรอยยิ้มที่ปิดบังความจริงเอาไว้ ไม่อยากให้เห็น ถ้าหากเค้าพลาดพลั้งขึ้นมา ความเจ็บปวดจากบาดแผลคงเทียบไม่ได้กับดวงใจของมารดาที่แตกสลายยามเห็นลูกรักต้องทรมาน

เทพีดารัลแตะปลายนิ้วลงที่ดวงพระอาทิตย์

"รักษาไว้ให้ดีนะลูก..รักษาไว้ให้ดี...."

เทพพิรัชต์ได้แต่พยักหน้ารับ ทั้งที่ไม่ค่อยเข้าใจนัก

"รออยู่ที่นี่นะ ดารัล.....ลูกจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัย" เทพศิวาปลอบอีกคน เทพีดารัลพยักหน้ารับอย่างจำใจ ในขณะที่พิรัชต์ก็รีบเดินเลี่ยงออกมา ไม่อยากทนมองความเจ็บช้ำของผู้เป็นมารดา

ท่ามกลางสนามประลอง จุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนปิศาจและดินแดนสวรรค์ เทพและมารต่างอยู่กันพร้อมหน้าด้วยใจระทึกอยู่คนละฝั่งรายล้อมรอบสนามที่ถูกจัดขึ้นเพื่อการประลองสำหรับตัวแทนทั้ง 2 ฝ่าย

และเหนือกว่าทุกคน จอมเทพและจอมมาร!

"ในที่สุดก็ถึงวันนี้จนได้นะ ฮิเดอากิ" จอมมารซึบาสะพูดขึ้น รอยยิ้มเหยียดราวกับจะทักทายอีกฝ่าย

"เจ้าก็ไม่เปลี่ยนไปเลย ซึบาสะ" จอมเทพฮิเดอากิทักทายตอบไป

"อย่ามัวพูดมากอยู่เลย ที่เรามาพบกันวันนี้ก็เพื่อการประลองไม่ใช่เหรอ แล้วจะมามัวถ่วงเวลากันอยู่ทำไมล่ะ"

"ถ้าหากเจ้าพร้อมแล้ว..........งั้นก็ได้เลย" จอมเทพรับคำท้าทาย

หมู่เทพและมารที่ยืนอยู่ด้านหน้า ต่างหลีกทางให้แก่ผู้ที่ถูกเลือกทั้ง 2 ฝ่ายที่เดินออกมายังสนามประลองพร้อมๆ กัน เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาเทพและมารทุกคน

คนหนึ่งในชุดสีดำแห่งความมืดมนและอีกคนในชุดสีขาวแห่งความสว่างไสว เมื่อผู้ประลองทั้ง 2 ฝ่ายเห็นหน้ากันก็ชะงักไปทั้งคู่ ไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนที่จะต้องต่อสู้เดิมชีวิตกันจะเป็น........

"พิรัชต์!" มารพิชญะนิ่งไปนิด จนไม่มีใครสังเกตได้ มือที่กระชับด้ามกระบี่แน่นขึ้นจนเกร็ง ใจสั่นไหวอย่างประหลาด

"พิชญะ!" เทพพิรัชต์ก็ไม่ต่างกันนัก ริมฝีปากพึมพำชื่ออีกฝ่ายออกมาเบาๆ ความรู้สึกอยากจะเปลี่ยนใจนัก ให้ใครก็ได้เป็นผู้ที่ถูกเลือกแทนเค้า เพราะคนตรงหน้า!

ถึงแม้จะเคยประลองฝีมือกันมาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็เพื่อจะเอาชนะ..........ไม่ใช่เอาชีวิต!

ธิดาแห่งจอมมารทั้งสองในอาภรณ์สีดำเช่นกัน ยืนเคียงข้างมารพิชญะเยื้องไปทางด้านหลัง ประกาศศักดิ์และขัตติยะอย่างเด่นชัดก็ตะลึงไม่แพ้กัน

"พิรัชต์!! ไม่จริง........." ธารฟ้าอุทานออกมา ไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง หากวันนี้มาถึงแล้ว ความจริงที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าไม่ได้โกหกเลย เพื่อนต้องมาสู้กับพี่ชายของเธอ

"ธารฟ้า! ทำไมถึงได้เป็นเทพองค์นี้?" พราวรุ้งหันไปถามน้องสาวเบาๆ ธารฟ้าจะลำบากใจเพียงไหนกัน เทพองค์นี้อย่างน้อยก็เคยสนิทชิดเชื้อ เกิดความผูกพันดีๆ ให้กัน

"ข้าไม่รู้ พี่พราวรุ้ง........ไม่รู้จริงๆ" ธารฟ้าส่ายหน้าปฏิเสธ ดวงหน้างามเหมือนจะร้องไห้........ก็ไหนพิรัชต์บอกว่าไม่ใช่เค้าไง ที่เป็นผู้ที่ถูกเลือก!

พราวรุ้งกลั้นใจเฝ้ามองร่างสูงสง่าของพิชญะที่เดินตรงไปข้างหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน อยากจะเข้าไปรั้งเอาไว้ แต่ก็ทำไม่ได้ ร่างสูงยังคงเดินตรงไป ทั้งที่หัวใจก็เต้นแรงไม่ต่างกัน หากพราวรุ้งรู้สึกว่า การเดินจากไปครั้งนี้ ราวกับเดินจากไปตลอดกาล............

ขณะเดียวกัน ฝ่ายเทพก็มีอาการงุนงงไม่ต่างกัน

"มารตนนั้น!!" เรวันต์มองด้วยความประหลาดใจ จนกาฬปักษ์ต้องหันมาถาม

"มีอะไรงั้นเหรอ?"

"ข้าเคยพบกับมารตนนี้เมื่อครั้งเข้าไปในดินแดนปิศาจ ไม่คิดว่าจะเป็นคนนี้" แม้คราวนั้นจะมิได้เห็นฝีมือ แต่จากท่าทีก็รู้แน่ว่า คงเก่งกล้าไม่ใช่น้อย

"มารตนนั้นมีความสำคัญยังไงเหรอ ท่านพี่?" เสียงนิลทราเอ่ยถามขึ้นโดยมียามิราที่ยืนอยู่ข้างๆ พยายามสะกิดห้ามเอาไว้ แต่ก็ไม่ฟัง

พี่ชายหันไปมองน้องสาวทั้งสอง ก่อนที่กาฬปักษ์จะพูดขึ้น

"ไม่ยุ่งซักเรื่องจะได้มั้ย? นิลทรา!" นิลทราเลยค้อนหันไปทางอื่น

"มีอะไรเหรอ?" เรวันต์ถามอีกคน

"ก็ไม่มีอะไรหรอก แต่ยามิราเค้าแค่อยากรู้น่ะ" นิลทราตอบหน้าตาเฉย ไม่สนคนที่ถูกพูดถึงที่ตีกลับมาด้วยความอาย แก้ตัวไม่ถูก

"นิลทรา.......เจ้า!!" เล่นงานเพื่อนสาวไม่ได้เลยต้องหันไปตอบพี่ชายของตนที่ยังคงมองมาอย่างแคลงใจ "เจ้าอยากรู้ไปทำไมเหรอ?"

"ก็.....ข้าเห็นว่าเค้าหน้าตาเหมือนท่านเทพพิรัชต์"

คำพูดของยามิราทำให้เรวันต์และกาฬปักษ์มองหน้ากัน.........คิดเหมือนกันใช่มั้ย!

พิรัชต์ก้าวเดินไปข้างหน้า ทั้งที่ในใจนั้นหยุดชะงักไปแล้ว มือเผลอแตะไปที่จี้ดวงพระอาทิตย์ข้างในที่อยู่ ณ ตำแหน่งของหัวใจ จะทำได้งั้นเหรอ ฆ่าคนๆ นี้ได้เหรอ..........คนที่มีความสำคัญต่อท่านแม่ คนที่เค้ารู้สึกได้ถึงสายเลือดอุ่นๆ ที่ไหลเวียนยามเมื่อได้พบกัน

ร่างสองร่างยืนอยู่กลางสนามประลอง ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่แวดล้อมเฝ้ารอผลตัดสิน เวลาที่รอคอยมาหลายร้อยปีหลายพันปี รอผู้ที่ชนะเหนืออีกฝ่าย

ดวงตาคมสองคู่ มองสบกัน..............ถึงเวลาแล้วงั้นเหรอ มิตรที่พยายามจะผูกให้แน่นแฟ้นกันนั้น มันก็คงจะเป็นเพียงเส้นใยเบาบางที่เพียงลมพัดก็ปลิวขาดไปได้โดยง่าย

ปลายอาวุธของทั้งสองฝ่ายเริ่มวาดไปช้าๆ ราวกับจะหยั่งเชิงซึ่งกันและกัน ขอเพียงรอให้อีกฝ่ายลงมือเท่านั้น.......ตนก็จะเริ่มทันที!

ปลายเท้าที่ขยับก้าวเข้าหากัน เว้นระยะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หากก็ยังไม่ประชิดกันเสียที สร้างความระทึกให้แก่คนรอบข้างเพราะผู้ประลองทั้งสองฝ่ายดูจะใจเย็นนักที่จะสังหารศัตรู!

ปลายดาบและกระบี่ของทั้งสองฝ่ายที่วาดช้าๆ ราวกับจะทักทายกันผสมผสานสายลมที่เต็มไปด้วยความร้อนระอุของอัคคี พัดผ่านกระทบทุกคนให้ร้อนรน

"พิชญะ!" จอมมารเรียกชื่อบุตรชายของตนเองด้วยความไม่พอใจ จะเยิ่นเย้อมากเกินเวลาไปแล้วนะ

เช่นเดียวกับจอมเทพ

"พิรัชต์!" หากกระแสเสียงนั้นนุ่มทุ้มกว่า ไม่ได้เร่งรีบแต่อย่างใด

หากอาการตอบรับของทั้งเทพและมารทั้งสองคือ........พยักหน้าตกลง!

เลี่ยงไม่ได้แล้วจะถ่วงเวลาไปเพื่ออะไร ปลายกระบี่ถูกตวัดขึ้นโดยเร็วพร้อม ๆ กับ ปลายดาบยาวที่วาดกวาดสายลมบนอากาศหมุนวนเมื่อร่างทั้งสองร่างทะยานเข้าปะทะกันรวดเร็ว

ทั้งสองต่างกวัดแกว่งอาวุธเข้าหากัน พร้อมกับหลีกหลบคมอาวุธจากอีกฝ่ายไปด้วย ไม่มีการออมมือให้กัน ยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น อานุภาพแผ่กระจายออกไปรอบด้าน ลมพายุพัดพาความร้อนอบอวลไปทั่ว เร่งความร้อนใจให้แก่ทุกฝ่าย ร่างของพิรัชต์และพิชญะลอยตัวขึ้นไปบนอากาศทั้งที่ยังคงปะทะกันอยู่ไม่ขาดระยะ

ต่างผลัดกันรุกและฟาดฟันอาวุธใส่ฝ่ายตรงข้าม เสมอกันตลอดจนไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าใครจะมีฝีมือเหนือกว่ากัน และโดยไม่ทันนัดหมาย ทั้งสองฝ่ายต่างจู่โจมเข้ามาพร้อมกันด้วยปลายอาวุธที่พุ่งใส่หน้า

พิชญะและพิรัชต์พลิกตัวหลบคมดาบคมกระบี่ของฝ่ายตรงข้าม แรงเหวี่ยงหมุนตัวทำให้สายสร้อยที่ใส่อยู่ข้างในของทั้งคู่กระเด็นออกมานอกเสื้อ แสงส่องประกายสะท้อนเข้าตา ทั้งสองต่างชะงักเมื่อเห็นสร้อยที่แขวนอยู่บนคอของกันและกัน ตราดวงตะวันที่ราวกับหล่อออกมาจากพิมพ์เดียวกันทำให้พิชญะและพิรัชต์หยุดนิ่งกันไปครู่หนึ่ง

ตราดวงอาทิตย์ราวกับว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการพบเจอกันในแต่ละครั้ง และปริศนาที่หาคำตอบไม่ได้!!

แต่เพียงครู่เดียวพลังแสงสีขาวพุ่งออกมาจากปลายดาบของเทพพิรัชต์รวดเร็วและรุนแรงจนมารพิชญะเกือบจะยกกระบี่ขึ้นตั้งรับไม่ทัน แต่แรงพลังก็สามารถผลักพิชญะให้เสียหลักเซออกไปไกลไม่น้อย พิรัชต์จึงรีบเคลื่อนตัวตามไปทันที เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสตั้งตัวได้ แต่ไม่ทันเพราะพิชญะกลับตัวกลางอากาศและวาดปลายกระบี่กลับเข้าหาผู้รุกรานทันที

เปลวไฟที่ก่อตัวขึ้นตามปลายคมอาวุธส่งผลให้พิรัชต์กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ตกลงมาจากอากาศเพราะประมาทไป ไม่คิดว่าฝ่ายศัตรูจะตั้งตัวได้ทัน มารพิชญะเคลื่อนตัวลอยประชิดตามลงมาพร้อมกับปลายกระบี่ที่ประทับอยู่บนอกของศัตรู!

"ท่านเทพพิรัชต์!!!" ฝ่ายเทพอุทานด้วยความเป็นห่วง ปรารถนาจะเข้าไปช่วยนัก หากไม่ติดว่า นี่คือ การประลองของตัวแทนแห่งฝ่ายเทพและมารเท่านั้น

ไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงหวานที่ตื่นตกใจ แต่ก็แผ่วเบาจนมีเพียงพราวรุ้งเท่านั้นที่จับกระแสเสียงนั้นได้

".....พิรัชต์!.."

หากแต่ก่อนที่ปลายอันแหลมคมจะได้ดื่มโลหิตแห่งเทพและปลิดชีวิตได้ในเสี้ยววินาที พิชญะค้างมือชะงักนิ่งเอาไว้ทั้งที่ไม่สามารถหาเหตุผลมาบอกตนเองได้ ทำไมต้องรั้งรอที่จะสังหารศัตรู ในเมื่อมีโอกาสแล้ว

ดวงตาคมทั้งสองคู่จ้องตอบกันราวกับมีสายใยบางอย่างฉุดดึงเอาไว้ ให้พิชญะต้องหยุดคิด

"ฆ่าสิ พิชญะ!!!"

จอมมารซึบาสะประกาศก้องออกไป ธิดาทั้งสองได้แต่หันไปมองหน้ากันอย่างหวาดหวั่น และมองผู้เป็นบิดาอย่างขอร้องแม้จะรู้ว่าจอมมารจะไม่สนใจเลยก็ตาม

พิชญะหันไปมองจอมมารที่สั่งมา และหันกลับมามองผู้ที่ตกอยู่ในกำมืออย่างลังเล..........ทำไมไม่กล้าล่ะ ก็แค่สังหารเทพองค์หนึ่ง ที่มีชีวิตเป็นเดิมพันอยู่แล้วเช่นเดียวกับตน ถ้าเค้าไม่ตายเราก็ต้องเป็นฝ่ายตาย!

เพื่อดินแดนปิศาจ...........เพื่อรักษาชีวิต..........น้องทั้งสองคน........

ใบหน้าที่ละม้ายเหมือนกันนั้นมองตอบพิชญะกลับมาอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน แต่หาได้มีแววกลัวเกรงความตายตรงหน้าซักนิดไม่ เพียงแต่ไม่เข้าใจ.............ในเมื่อโอกาสมาถึงแล้ว ทำไมไม่ลงมือซะล่ะ?

ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร มารพิชญะผู้ซึ่งหนักแน่นไม่เคยหวั่นไหวกับสิ่งใดจึงลังเลที่จะฆ่าฝ่ายศัตรูเช่นนี้ ไม่มีใครเห็นว่ามืออันแข็งแกร่งที่จับด้ามกระบี่อยู่นั้น กำลังสั่นน้อยๆ เพราะความไม่แน่ใจ............ไม่มีใครเห็น นอกจากพิรัชต์!!

ในจังหวะนั้นเอง เมื่อเห็นว่าพิชญะกำลังลังเลพิรัชต์จึงมีโอกาสตั้งตัวได้ ใช้ปลายดาบในมือปัดปลายกระบี่ออกเต็มแรง และลุกขึ้นมาเสมอกับพิชญะอีกครั้งหนึ่ง ให้ฝ่ายเทพต้องผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอกและมีกำลังใจมากขึ้น และฝ่ายปิศาจซึ่งสบถอย่างเสียดายที่พิชญะพลาดโอกาสนี้ไป

และดูเหมือนว่าเมื่อพิรัชต์ตั้งตัวได้คราวนี้ พละกำลังที่ทวีมากขึ้นพร้อมกับใจที่มุ่งมั่นจะทำตามหน้าที่ให้สำเร็จให้ได้ ต่างกับพิชญะที่เริ่มอ่อนแรงลงตามจิตใจที่อ่อนลง อยากจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ ไม่ต้องการจะฆ่าฟันกันอีกแล้ว

ฝ่ายปิศาจเริ่มเสียขวัญเมื่อเห็นว่าพิชญะกำลังตกเป็นรอง หลายครั้งที่ดวงคมประสานกันสื่อความหมายที่แตกต่าง และอาวุธทั้งสองที่ปะทะกัน เหมือนพิชญะจะต้านแรงไม่ไหวอยู่หลายที และเป็นฝ่ายปัดป้องหลีกหลบมากกว่า

จนในที่สุด มารพิชญะก็ปล่อยพลังแสงสีแดงจ้าออกมาเป็นพลังสุดท้ายก่อนจะอ่อนแรงลงเมื่อพิรัชต์ปัดแสงพลังนั้นให้กระเด็นออกไป พร้อมกับร่างของพิชญะที่ล้มลง ในทันทีที่เทพพิรัชต์เงื้อดาบในมือขึ้นสูง มองหน้ามารพิชญะอย่างตัดสินใจ

อย่าได้ถือโทษโกรธอาฆาตกันเลย ถึงแม้เราทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ต้องการที่จะเป็นศัตรูกัน แต่นี่คือหน้าที่ที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่เราทั้งสองถือกำเนิดขึ้นมา ไม่ใครก็ใครซักคนที่จะต้องมาจบชีวิตที่นี่เพื่อคนของฝ่ายตนเอง

ข้าต้องทำ........ทุกคนตั้งความหวังในตัวข้ามากเหลือเกิน.........และข้าก็ไม่สามารถยอมแลกชีวิตให้เจ้าได้เพราะ ท่านพ่อและท่านแม่กำลังรอข้าอยู่................

ดวงตาอันเด็ดเดี่ยวของพิรัชต์มองสบกับดวงตาของพิชญะที่ราวกับจะตอบความรู้สึกของอีกฝ่ายที่สื่อถึงกันกลับไป หลับตาลงอย่างรับสภาพที่จะเกิดขึ้น..............

ความตายที่รออยู่ตรงหน้า!!

.

To Be Con

2006/Nov/02

บทที่ 30 เราจะเดินไปด้วยกัน

ทั้ง 2 ฝ่ายมองกันเหมือนไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน เหมือนเวลาหยุดเดิน ทุกอย่างหยุดชะงักตั้งแต่ฉันเปิดประตูออกมา เวลาหยุด การกระทำทุกอย่างหยุด แต่เสียงหัวใจฉันมันเต้นแรงสวนทางกับทุกอย่างรอบข้างเลยอ่ะ

.............ไมค์...........

ไมค์ยิ้มให้นิดๆ ยิ้มที่ไม่มีรอยกวนๆ อย่างที่เคย

แต่มันก็ยังทำให้ฉันพูดอะไรไม่ออกอยู่ดี...........แม้กระทั่งยิ้มตอบก็ยังทำไม่ได้.............ได้เจอกัน ความสัมพันธ์จะดีขึ้น..........หรือแย่ลง?

พี่กอล์ฟกับพี่รุ้งอยู่ข้างล่างเหรอ? ขืนไม่พูดอะไรสงสัยคงได้ยืนจ้องหน้ากันอยู่อย่างนี้ทั้งวันล่ะมั้ง อยากให้เรื่องมันจบก็ต้องพูดสิ

อยู่ข้างล่างน่ะ ไมค์ตอบ.............ปล่อยให้ขึ้นมาได้ยังไงนะ ไม่ห่วงน้องบ้างเลยนะ พี่รุ้ง

แล้วฉันก็เงียบไปอีก

ลงไปคุยกันข้างล่างมั้ย ไมค์ชวน ฉันเลยพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปปิดทีวีก่อนจะเดินตามไมค์ลงไป (ต้องช่วยชาติประหยัดไฟค่ะ)

ลงมาข้างล่าง พี่รุ้งกับพี่กอล์ฟนั่งกันอยู่ที่โซฟาเหมือนรออะไรซักอย่าง พอเห็นฉันลงมานะ เดินจูงมือกับพี่
กอล์ฟออกไปเดินเล่นอยู่หน้าบ้านเลย!!

ทำงานเสร็จแล้วเหรอ? เมื่อก่อนฉันก็แอบหวังอย่างที่ถามนะ อยากให้ไมค์ทำงานเสร็จเร็วๆ จะได้กลับมา แต่ตอนนี้.......ถึงจะถามออกไป จะกลับเร็วหรือกลับช้ามันก็มีค่าเท่ากัน!

ยังหรอก กลับมาเคลียร์เรื่องที่นี่แล้วเดี๋ยวก็กลับไป

กลับมาเคลียร์เรื่องที่นี่เหรอ?...........เรื่องนึงก็ที่ต้องเคลียร์ก็คือ มาบอกเลิกใช่มั้ย

เหรอ.......อืม ก็พูดมาสิ ฉันเตรียมใจรับฟังอยู่แล้ววนะ

ฮะ? จะให้พูดอะไรล่ะ? ไมค์ทำหน้างงๆ ไม่ได้เตรียมคำพูดอะไรมาซักหน่อย ก็........ถ้านายอยากจะเลิกกับฉันก็บอกมาสิ

ไมค์ยังคงเอ๋อเหมือนเดิม ก่อนจะเข้าใจแล้วโวยวายขึ้นมา

บ้าดิ ไม่ได้จะมาบอกเลิกซักหน่อย.....อุตส่าห์บินกลับมานี่ไม่ดีใจเลยรึไง? ไมค์ถามประมาณว่าเริ่มงอนแล้ว

ฉันได้ยินอย่างนั้นก็แอบดีใจจนน้ำตาจะไหล เลยต้องรีบก้มหน้าไม่ให้มันไหลออกมา ไมค์รีบก้มลงไปดูหน้าฟ้าด้วยความตกใจ

เฮ้ย อย่าร้องไห้ดิ พูดเสียงดังนิดหน่อย ร้องไห้เลยเหรอ

ฉันยิ่งจะร้องไห้หนักเข้าไปอีก จนต้องเอามือปิดหน้า

ฟ้า. ไมค์จะเอามือฉันออก ฉันเลยต้องรีบปัด อย่ามาแกล้งกันดิ ทำให้ฉันคิดมากมาตั้งนาน คิดว่านายโกรธที่ฉันพูดตอนนั้น

อ้าว! เอาเข้าไป ไม่ได้โกรธแล้วซักหน่อย ถ้าโกรธนะบอกเลิกไปตั้งนานแล้วไม่ปล่อยเอาไว้อย่างนี้หรอก

ก็นายบอกว่าจะกลับมาเคลียร์เรื่องที่นี่นี่.....ฉันก็คิดว่านายจะบอกเลิกอ่ะ ไม่ไหวแล้ว พูดไปน้ำตาก็จะไหลไป ไอ้ที่ร้องออกมาน่ะ เพราะอับอายที่หน้าแตกนะ

โธ่ ไม่ใช่ซะหน่อย ฉันหมายถึงว่าฉันกับพี่กอล์ฟจะกลับมาเคลียร์เรื่องเรียนให้เรียบร้อยตะหาก เถียงไม่ออกอ่ะ

ว่าแต่เธอเถอะ ฉันไม่ได้อยู่แล้วอยู่ได้ป่ะ? ยังไงก็เป็นห่วงน้า

บ้าเหรอ ทั้งร.ร.ไม่ได้มีแค่นายคนเดียวซักหน่อย เพื่อนๆ ฉันก็มี

แล้วจะย้ายกลับเมื่อไหร่ล่ะ?

อาทิตย์หน้า..ไมค์....

หือ?

เรื่องที่ฉันพูดตอนนั้นน่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจพูดนะ ตอนนั้นมันหงุดหงิดน่ะ

ก็เธอก็บอกฉันไปแล้วไง เห็นฉันทำหน้างง ได้บอกตอนไหนวะ....เล่นไม่ยอมคุยกับฉันเลย ไมค์เลยขยายความ ก็กระดาษที่ฝากพี่กอล์ฟมาให้ที่สนามบินวันนั้นน่ะ.........ไม่ลงทุนเลย มาส่งแค่กระดาษใบเดียว

ใครว่าไม่ลงทุน อุตส่าห์ฉีกเองกับมือเลยนะนั่น แล้วปากกาอีกตั้ง 3 ด้ามที่ใช้เขียนอ่ะ กว่าจะเขียนออกมาได้ เปลืองไปหลายแผ่นเลย ฉันสาธยายตามความเป็นจริง

นี่เธอลงทุนแล้วเหรอเนี่ย? ไมค์ถามอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลย ปกติลงทุนน้อยกว่านี้อีกไม่ใช่เหรอ? (sleep.gif)

เอาน่า ก็ถือว่าเป็นการลงทุนเหมือนกันแหละ พอคุยกันได้ดี นิสัยเก่าก็ชักกลับมาอีกแล้ว

ไมค์ถอนใจ ขอร้องเสียงอ่อนโยน

ฟ้า.....อาทิตย์หน้าฉันก็จะกลับแล้วนะ หนึ่งอาทิตย์ที่เหลือ......อย่าทะเลาะกันได้มั้ย?

ฉันไม่ได้ชวนนายทะเลาะเลยนะ! นี่ๆๆ เค้าเพิ่งขอร้องยังไม่ทันขาดคำเลยนะ

เนี่ยนะไม่ได้ชวนฉันทะเลาะ แล้วเธอโวยวายทำไมล่ะ?

แล้วก็........ยาวววววววววววว ไปเรื่อยๆ จนพี่กอล์ฟกับพี่รุ้งเดินเข้ามาเพื่อจะชวนออกไปหาอะไรทานข้างนอก แต่เห็นสภาพแล้ว...... ได้แต่มองหน้ากัน สรุปตอนนี้มันดีกันแล้วใช่มั้ย? ส่ายหน้าปลงอนิจจังแล้วหันหลังกลับเดินออกไป ไม่ชวนดีกว่า

พี่กอล์ฟ พี่รุ้งไปไหนน่ะ? นายไมค์ความรู้สึกไวเห็นอีก คู่พี่เลยกึก ไม่กล้าเดินต่อ พี่รุ้งหันมาบอกทั้งคู่

ไปกินพิซซ่า จะไปมั้ย? รุ้งหลุดปากชวนไปแล้ว กอล์ฟแทบจะร้องเฮ้ย ออกมาดังๆ รุ้ง....ชวนไป
ทำไม? ขืนชวนไปด้วยน่ารำคาญน่าดู

รุ้งนึกขึ้นได้ ทำหน้าประมาณว่าขอโทษใหญ่เลย แต่สายไปซะแล้วค่ะ พี่รุ้ง!!

ไปดิ! ของฟรี! ฉันรีบคว้าของกินไว้ก่อน

ไม่ฟรี!!! พี่รุ้งรีบค้าน ตามด้วยพี่กอล์ฟอีกคน หารกันเว่ย!
.

แน่นอนล่ะ ว่าศูนย์การค้าถึงจะไม่ค่อยเป็นจุดเด่นถ้าเดินปะปนกันไป หรือมีอะไรมาอำพราง แต่มันก็สังเกตได้
ง่ายเหมือนกัน (จริงป่ะ ไมค์??) แล้วพวกแฟนคลับน่ะ ตาไวมากๆ

เฮ้ย พี่กอล์ฟพี่ไมค์นี่....ใช่ป่ะๆ กลับมาแล้วเหรอ? แล้วผู้หญิง 2 คนที่ยืนอยู่ด้วยใครอ่ะ? ลองนึกภาพดู
นะคะ เออ น่าจะใช่นะ แฟนเค้ารึเปล่า?....แกลองเข้าไปถามดิ

ไม่เอาอ่ะ เกิดไม่ใช่กอล์ฟไมค์ขึ้นมาหน้าแตกเลย

แกไม่ถามฉันถามเอง! แล้วสาวเจ้าที่ว่าก็เดินดุ่มๆ เข้ามาทางที่ทั้ง 4 คนยืนอยู่

พี่กอล์ฟ! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? เปิดฉากเข้ามาทักเล่นเอา 2 หนุ่มเหวอไปเลย แต่กอล์ฟยังมีสติ

เอ่อ ไม่ใช่กอล์ฟครับทักผิดแล้ว แค่หน้าเหมือนเฉยๆ ครับ แฟนคลับก็หน้าชาเลย เล่นตอบมาอย่างนี้ แต่ยังหันไปสังเกตเห็นไมค์ อะไรจะมีคนหน้าเหมือนกอล์ฟไมค์พร้อมกัน 2 คน แล้วนี่ ไมค์ไม่ใช่เหรอ?

ฟ้าแอบเหยียบเท้าไมค์ ส่งซิกให้เล่นตามบทกอล์ฟ

ไม่ใช้น้าาาา..เข้าใจผิดกันแล้ว (อ่านประมาณตุ้งติ้งนิดนึงนะ จะได้นึกภาพออก) พูดแล้วก็แทบจะมุดหัว
หนี หลบไปอยู่หลังใครดีวะ

แฟนคลับคนนั้นขอโทษแล้วรีบเดินกลับไปโวยกับเพื่อนตัวเองทันที อาย..... ไม่ใช่กอล์ฟไมค์ซักหน่อย
ไมค์ไม่ได้เป็นกระเทยนะ เธอนี่มั่วจริงๆ เลย

ไอ้ไมค์! แกเล่นอะไรวะ? เค้าเดินไปแล้ว กอล์ฟก็หันมาเฉ่ง หน้าด้านจริงๆ เลย เล่นซะเนียน

ก็พี่กอล์ฟนั่นแหละเล่นก่อน ก็ไม่เตี๊ยมกันก่อนเลยว่าถ้าเจอแฟนคลับแล้วให้ปฏิเสธ โคตรอายเลย

รุ้งกับฟ้าเลยได้แต่มองหน้ากัน เอาอีกแล้ว....จะทะเลาะกันให้วนครบทุกคนเลยดีมั้ยเนี่ย = =
.

ที่บ้านกอล์ฟ-ไมค์

พี่กอล์ฟ! ไปทะเลกันมั้ย ไมค์กระโดดเข้ามาถามกอล์ฟที่นอนเล่นอยู่บนโซฟาหน้าทีวี พร้อมกับทุกๆ คนใน
บ้าน

ไปทำไม? เวลายิ่งไม่ค่อยมีอยู่ อยากอยู่กับรุ้งมากกว่า จริงๆ ก็เสียดายอ่ะ กลับมาอยากไปพักผ่อนเหมือนกัน แต่เดี๋ยวก็กลับแล้ว ก็ไม่ได้เจอรุ้งอีกเป็นปีเลย

ก็ชวนพี่รุ้งไปด้วยสิ

ชวนได้ไง....รุ้งเรียนอยู่นะ แต่ตอนนี้เราดร็อปกันอยู่

เออ จริง ไมค์เพิ่งนึกออก ไม่ได้เรียนนานแล้วจนลืมว่าวันไหนวันธรรมดาวันไหนเสาร์อาทิตย์ งั้นก็ไป 2
วันก็ได้ วันเสาร์กับอาทิตย์นี้ไง

แต่เราต้องกลับญี่ปุ่นวันอาทิตย์นะไมค์! จ๋อยไปอีกรอบ

ไปเหอะน่า แค่วันสองวันก็ยังดี กลับวันอาทิตย์เร็วๆ หน่อยก็ได้.....ไมค์รู้นะ ว่าพี่กอล์ฟก็อยากไปเหมือนกัน เกลี้ยกล่อมผสมอ้อนจนกอล์ฟคล้อยตามจนได้

งั้นไมค์โทรชวนฟ้าเลยนะ กำลังจะรีบไปโทรศัพท์ชวน กอล์ฟเด้งตัวขึ้นทันที

เฮ้ย ไมค์! พี่ต้องโทรก่อน ไมค์ก็งง อยู่ๆ จะมาแย่งกันโทรทำไมเนี่ย พี่รุ้งกับฟ้าก็บ้านเดียวกัน แล้ว 2 พี่
น้องก็ถลาเข้าไปแย่งโทรศัพท์บ้านกัน ต่างคนต่างจะโทรหาแฟนตัวเองอ่ะ!!

ไม่เอานะ พี่กอล์ฟ ไมค์เป็นคนชวนไมค์ก็ต้องโทรดิ ไม่ได้ๆ ขืนให้ไมค์โทรก่อน ฟ้าก็ต้องไปบอกรุ้งเลย
แหละว่าไมค์ชวนไปทะเล เกิดรุ้งฟังแล้วน้อยใจที่เราไม่โทรไปชวนทำไงล่ะ อีกอย่างเสียเครดิตพิชญะหมด ไม่ยอมหรอก

ส่วนที่บ้านก็.....คนเค้าจะดูทีวีมายืนแย่งโทรศัพท์กันอยู่ได้ รอแล้วรออีกให้มันเลิกแต่ก็ไม่เลิก จนพ่อทนไม่
ไหว

โอ๊ย!! โทรศัพท์มีกันตั้งหลายเครื่องจะมาแย่งเครื่องเดียวกันทำไม???

แย่งกันอยู่ได้ มือถือตัวเองก็มีกันไม่ใช่เหรอ ไปเลยเอามือถือพี่ไปโทรก็ได้ แล้วก็ไปคุยไกลๆ เลย คนเค้า
จะดูทีวี พี่แซนด์ร่วมด้วยอีกคน แถมยื่นมือถือตัวเองให้อีก

กอล์ฟกับไมค์เลยหยุด เห็นมือถือพี่แล้วก็นึกขึ้นได้...........เออ มือถือตัวเองก็มีนี่หว่า แล้วจะมาแย่งโทรศัพท์บ้านกันทำไมเนี่ย??........คิดแล้วก็หันหลังเดินกลับไปหามือถือของตัวเองมานั่งโทรกันคนละมุม

เฮ้ย ไอ้บ้า! พี่แซนด์เลยได้แต่บ่น ตอนแย่งก็แย่งกันไม่ลืมหูลืมตา พอยื่นมือถือให้มาเมินใส่

กอล์ฟนั่งกดมือถือตัวเองโทรเข้าเบอร์บ้านรุ้ง กดแล้วกดอีก.....เฮ้ย ทำไมมันไม่ติดวะ เหมือนสายไม่ว่าง
ตลอดเลย เงยหน้าขึ้นไปมองไมค์ที่นั่งกดแล้วกดอีกอยู่เหมือนกันถึงได้รู้ ไอ้สาเหตุที่มันไม่ติดน่ะ

เฮ้ย! ไมค์อย่าโทรเข้าเบอร์บ้านดิวะ!! กอล์ฟโวยวาย ตะโกนไป ไมค์เลยรู้ อ๋อ ไอ้ที่ไม่ติดนี่ โทรไปพร้อม
กับพี่กอล์ฟเหรอเนี่ย

แล้วจะมาแย่งไมค์โทรทำไมเล่า ไมค์ตะโกนตอบกลับมา........นี่แกอยู่กันคนละเกาะเหรอไง??

อีกคนก็โทรเข้ามือถือสิ จะได้สิ้นเรื่อง!! พี่แบงค์หันมาตะโกนตัดสินให้อย่างรำคาญ
.

บ้านรุ้งกับฟ้า

2 สาวกำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหาร เสียงโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้น กวนใจจริงๆ เลย ไม่มีใครอยู่ข้างล่างเลย
ด้วยขึ้นข้างบนกันไปหมดแล้ว

ฟ้า โทรศัพท์มันดังน่ะ แค่เสียงโทรศัพท์ร้องก็พอแล้ว พี่รุ้งไม่ต้องมาช่วยเตือนอีกหรอก

พี่รุ้งก็ไปรับดิ ฉันสั่งพี่......เจ๊แกหันมามองตาเขียวปั๊ดเลย แกนั่นแหละ ไปรับ

โอ๊ยย อะไรเล่า ฟ้ากำลังกินอยู่นะ แล้วมือถือพี่รุ้งก็ดัง ฉันต้องจำใจเดินไปรับโทรศัพท์บ้าน โทรมาทำไมเวลานี้ ไม่รู้เหรอไงว่าคนกำลังกินอยู่เนี่ย

ฮัลโหล! รับแล้วกระชากเสียงใส่เต็มที่ จะได้รู้ว่าอารมณ์คนรับเป็นไง

เฮ้ย ฟ้า ไมค์ตกใจ

อ้าว ไมค์เองเหรอ เสียงเปลี่ยนทันทีเลย ไม่เป็นไร คนนี้อณุโลมให้........................พอคุยเสร็จฉันก็รีบโผเข้าไปจะบอกพี่รุ้ง

พี่รุ้ง!!! ไมค์บอกว่า.........

รู้แล้ว! กอล์ฟโทรมาบอก พี่รุ้งตัดบทได้ฉับพลัน

อะไรเนี่ย 2 พี่น้องเนี่ย เราก็อยู่บ้านเดียวกันโทรมาทีเดียวไม่ได้รึไง?? (อ่ะนะ เรื่องนี้ประหยัดในสิ่งที่ไม่ควรจะประหยัด แต่ไอ้ที่ควรประหยัดน่ะ ใช้จัง)
.

วันเสาร์ บ้านกอล์ฟ ไมค์

ทั้ง 5 รีบออกกันมาแต่เช้าจะได้ไปถึงเร็วๆ

"พี่แบงค์ พี่แซนด์เร็วๆดิ หญิงด้วยชักช้าจริงๆเลย" ไมค์เร่งพี่กับน้องใหญ่กลัวไปรับฟ้าไม่ทัน

กอล์ฟกับไมค์จองที่พักไว้ให้แล้วเป็นหาดส่วนตัวไม่มีนักท่องเที่ยวและจะได้ไม่เป็นข่าวด้วย ไม่นานทุกคนก็มาถึงที่ทะเล

มาถึงก็เล่นกันอย่างเดียว ทั้งวิ่งทั้งไล่จับกันทั่วหาดไปหมด ส่วนพี่แซนด์ก็ถ่ายวิดิโอเก็บไว้อย่างเดียว ไม่ยอม
ลงมาเล่นน้ำกะน้องๆเลย

ทำอะไรบ้างไม่รู้ล่ะ แต่เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ และพวกเราก็เลยไปอาบน้ำแต่งตัวมาใหม่ เพื่อมาหาของกิน
พอกินเสร็จทุกคนก็แยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัยของตัวเอง

ไมค์ ไปเดินเล่นกัน ฉันวิ่งเข้ามาชวนไมค์ที่นอนเล่นอยู่บนผ้าใบใต้ร่ม เล่นมาเป็นชั่วโมงแล้วไม่เบื่อเหรอ
ไง ไมค์นึกในใจ

ไม่เอาหรอก เดี๋ยวดำ ไมค์ปฏิเสธ

ดำบ้าอะไรล่ะ เย็นป่านนี้แล้ว แดดไม่มีแล้ว ฉันก็วายกลับไปตามประสาคนกวนโอ๊ย

ไมค์ยังอ้อยอิ่ง ท่าทางขี้เกียจเต็มที่......ไม่อยากไปก็ไม่เป็นไร ไม่ชวนแล้ว

ไปคนเดียวก็ได้ พูดแล้วเดินไปอย่างไม่สนใจ

อ้าว ไปด้วยดิ รอก่อน! ไมค์รีบลุกขึ้น วิ่งตามฟ้าไป เค้าอุตส่าห์ชวนไปสวีท ทำยึกยักอยู่นั่นแหละ

เดินกันมาตั้งนานจนจะเห็นพระอาทิตย์ตกน้ำอยู่แล้ว คุยกันไปเรื่อย เรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วก็วกกลับมาที่เรื่อง
ของความเป็นจริง

"ไมค์" ฉันเรียกไมค์ที่กำลังเอาเศษไม้วาดรูปตรงผืนทรายอยู่

"หือ มีไร" ยังคงวาดต่อไป ไม่สนใจคนกำลังจะทำซึ้งอย่างเราเลย

กลับไปแล้วก็ตั้งใจทำงานของตัวเองดีๆ นะ เราจะคอยเป็นกำลังใจ แล้วจะคอยรอดูผลงานด้วย

โห ฟ้าเริ่มลงทุนแล้วนะเนี่ย

คราวนี้ฉันได้แต่ยิ้ม ไม่เถียงกลับไป ชีวิตมันไม่ได้หยุดแค่ตรงนี้ มันยังต้องเจออะไรอีกมาก
ไมค์อย่าปิดกั้นตัวเองนะ ไมค์ยังต้องเจอคนอีกมากมาย ไม่ได้มีแค่ฉัน

อยู่ๆ ฟ้าก็พูดออกมาอย่างนี้ ไม่เข้าใจ ฟ้ากำลังคิดอะไรอยู่

ทำไมต้องพูดแบบนี้ด้วยล่ะ ไมค์เริ่มงง กับคำพูดที่พูดอยู่นี้ต้องการจะบอกอะไรหรือเปล่า

"ฟ้าคิดว่าไมค์ลืมใครง่ายๆ อย่างนั้นเลยเหรอ ลืมคนที่คอยเป็นกำลังใจให้อยู่เนี่ยนะ" ไมค์เริ่มถามกลับบ้าง

ไมค์.....นี่มันเรื่องจริงนะ ยังมีอะไรอีกมากที่เรายังไม่ได้เจอ เราบอกไม่ได้หรอกว่าชีวิตเราจะหยุดอยู่กับ

อะไร ฉันไม่อยากรั้งไมค์เอาไว้ตลอดไป ถ้าวันใดวันนึงไมค์ไม่ได้เต็มใจที่จะอยู่กับฉันอย่างนี้ ก็ขอแค่ให้บอกกันก็พอ

ไมค์มองหน้าฟ้า......ฟ้าพูดตามความเป็นจริงทุกอย่าง แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้ ถ้าพูดหรือสัญญาอะไรออกไป ต่อไปจะทำได้อย่างที่พูดรึเปล่า

ฟ้าไม่ได้พูดเพื่อทำใจรอ แต่พูดเพื่อบอกให้เค้ารู้ว่า ยังมีสิ่งที่ยังรอเค้าอยู่ข้างหน้าตามเส้นทางที่กำลังเดินไป

สิ่งดีๆ ที่อาจจะมีอยู่ในอนาคต.........แต่สำหรับไมค์..........

ไมค์เลื่อนมือมาจับมือฟ้าเอาไว้ ฟ้ามองไมค์อย่างไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ยอมให้จับเดินจูงกันไป

จะมืดแล้ว เดินกลับกันเถอะ ฟ้าพยักหน้าแล้วเดินไปพร้อมกับไมค์

สิ่งดีๆ ที่เป็นอยู่ตอนนี้ คือฟ้ายังอยู่ตรงนี้..เดินไปด้วยกัน!!
.

ทางด้านกอล์ฟ-รุ้ง

อากาศตอนดึกประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ ฉันเลยออกมานั่งรับลมเย็นๆ อยู่ตรงระเบียงที่พักที่ปลูกอยู่ข้างบนหาด มองลงไปข้างล่าง ฟ้ากับไมค์ยังถือไฟฉายวิ่งไล่ตะครุบปูลมเล่นกันอยู่เลย

ไม่มีอะไรเลยเกยคางหนุนแขนที่พาดกับราวระเบียงคิดอะไรไปเพลินๆ คิดเรื่องกอล์ฟ! เพิ่งได้เจอกันไม่กี่วัน

เอง พรุ่งนี้ก็จะต้องกลับไปอีกแล้ว ชักเหงาๆ ขึ้นมาอีกแล้วสิ

ถ่าย MV อยู่เหรอรุ้ง? กอล์ฟแซวท่าทางเหมือนนางเอกมิวสิค ก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างๆ สนใจไปเป็นนาง
เอก MV เพลงฉันป่ะ มีการชักชวนอีกนะ น่าสนนะ แต่กลัวจะไม่มีคนดูอ่ะเลยได้แต่หัวเราะ

กอล์ฟมองหน้ารุ้งแล้วหันไปดูไมค์กับฟ้าที่วิ่งเล่นกันอยู่ข้างล่าง พูดเปรยๆ ว่า

รุ้งรู้มั้ย? ตอนแรกที่ฉันรู้ว่าต้องย้ายร.ร.น่ะ ฉันไม่สบายใจเลย ไม่อยากเปลี่ยนที่เรียน กลัวว่าจะมีแต่คน
มารุมล้อมเพราะว่าฉันเป็นนักร้อง

ฉันเอียงหน้ามาตั้งใจฟังในสิ่งที่กอล์ฟกำลังจะพูด

แต่พอเรียนไปแล้ว แล้วรู้ว่าจะต้องถึงกำหนดกลับเมื่อไหร่ฉันก็ไม่ได้ดีใจเลยซักนิด คิดว่าจะไม่ได้เจอหน้ารุ้ง นั่งเรียนห้องเดียวกับรุ้งทุกวันเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ แล้วจะมีเวลามาหารุ้งได้เมื่อไหร่บ้าง

ฉันก็เป็นเหมือนกัน กอล์ฟ!!

แต่ก็ไม่เคยคิดเลยนะ ว่าเราได้ต้องอยู่ไกลกันมากกว่าอยู่คนละร.ร. ไปอยู่กันคนละประเทศ....อย่างน้อย
ถ้าอยู่คนละโรงเรียน โทรคุยกันก็ได้ แต่นี่จะโทรหากันก็ลำบาก

เราต่างคนต่างมีหน้าที่ที่จะต้องทำ ฉันยังต้องเรียนต่อไปจะให้ทิ้งอนาคตตัวเองไปก็ไม่ได้ กอล์ฟก็เป็นนัก
ร้องความฝันถ้าจะทิ้ง มันคงน่าเสียดายมากๆ ถึงจะอยู่ไกลแต่กอล์ฟก็ยังคิดถึงฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วฉันก็ยังคอยเป็นกำลังใจให้กอล์ฟเสมอ ฉันยังคงพูดต่อไป ทั้งที่ตาก็มองดูฟ้าที่ยิ้มร่าเริงกับไมค์ และท้องฟ้าสีดำที่บรรจบกับผืนทะเลโปรยปรายไปด้วยดาวบนท้องฟ้าระยิบระยับ

กอล์ฟ....ถ้ากอล์ฟเจอคนที่ดีกว่าฉัน และเค้าเป็นคนที่กอล์ฟต้องการ กอล์ฟไม่ต้องห่วงฉันนะ กอล์ฟหันมา
มอง ทำไมถึงพูดแบบนั้น?

หมายความว่าไง เธอเจอคนใหม่เหรอ

การจากลาหรือละทิ้งความผูกพันที่มีต่อกัน คือต้องเป็นทั้ง 2 ฝ่ายที่ต่างเจอคนที่ดีพอสำหรับตัวเอง คนที่ตัว
เองแน่ใจ ไม่ใช่เขาคนเดียวที่จะเดินจากไปโดยทิ้งอีกคนไว้ข้างหลัง........แล้วรุ้งล่ะ...?

ไม่ใช่!! ฟังให้จบก่อนสิ..ฉันไม่ได้อยากให้กอล์ฟต้องเดินย่ำอยู่กับที่ไม่ได้ไปไหนเลยเพราะฉัน ฉันยืนอยู่ตรงนี้เป็นคนธรรมดาคนนึง ฉันไม่อยากให้กอล์ฟต้องมาคิดว่าตัวเองปล่อยให้ฉันรออยู่ข้างหลัง ในขณะที่
กอล์ฟก้าวไปข้างหน้าแล้วยังจะต้องห่วงข้างหลังอีก

แต่ข้างหลังก็ยังมีกำลังใจผลักดันฉันอยู่ตลอดไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าเกิดฉันล้มล่ะ จะไม่ให้ฉันกลับไปพัก
เหนื่อยข้างหลังเลยเหรอ

ก็ถ้ากอล์ฟยังยินดีที่จะกลับมาข้างหลัง ฉันก็ยังรออยู่......แต่ถ้าไม่คิดจะกลับมาแล้วก็ขอให้ย้อนกลับมาบอก
กันบ้างก็ดี

ยังไม่ถึงเวลานั้นก็อย่าเพิ่งคิดถึงมันเลย ตอนนี้เรายังมีกันอยู่.......ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่เราเดินไปพร้อม
กันได้ไม่ใช่เหรอ

กอล์ฟยื่นนิ้วก้อยมาให้แทนคำยืนยัน บรรยากาศก็โคตรเป็นใจให้ฉันต้องยิ้มออกมาอย่างซึ้งใจ เกี่ยวนิ้วก้อย
ของตัวเองกับกอล์ฟเหมือนคำสัญญา

เวลาข้างหน้าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็ช่าง แต่เวลานี้........เราจะเดินไปด้วยกัน!
.

แล้วตอนเช้าก็เกือบจะตื่นสายกันหมด เมื่อคืนกอล์ฟกับรุ้งลงไปวิ่งเล่นอยู่กับฟ้ากับไมค์ซะดึกไม่ได้ดูเวลาเลย กว่าจะมาถึงสนามบินก็ค่อนข้างฉุกละหุกน่าดู

ขณะที่ใกล้เวลาเครื่องจะออกแล้ว

กอล์ฟ....ขอเวลาแป็บนึงนะ ฉันแยกกอล์ฟออกมาพูดกัน 2 คน

ส่วนฟ้าก็ ไมค์....คุยไรด้วยหน่อยสิ

เมื่อไม่มีใครสนใจแล้วฉันก็เริ่มพูด สิ่งที่ตั้งใจจะพูด

กอล์ฟ! ฉันไม่เคยทำอย่างนี้กับใครเลย พูดไปก็หน้าแดงไป กอล์ฟมองด้วยความสงสัย ตั้งใจฟังดีๆ นะ

ฉันเดินเข้าไปใกล้กอล์ฟ แล้วกระซิบเบาๆ จนกอล์ฟต้องก้มลงมาฟังให้ชัดๆ

Yumekarasametatokino Kodokunatameikide

kokoronikakiwo Kakenaide Namidawairanai

I'll be there for you

Kurikaatsutabino Nakadearatakisekiwo

I'll be there for you

Tsuuttoinootteru

HoHoamikataanuyone


คนฟังยิ้มออกมา ไม่เคยเห็นรุ้งทำอย่างนี้เลยจริงๆ ขนาดร้องเพลง ยังไม่เคยเห็นรุ้งร้องเลยนี่ร้องไปหน้าแดง
ไป เสียงเพราะด้วย!

I'll be there for you..........

Tooritsuketeyuku Tokinonaka Hitotsukake

I'll be there for you..........

Aientoyoberu Itaeekurai Nokonoomoie.


พอร้องจบฉันก็รีบถอยออกมา หน้ายังไม่กล้ามองเลย เขินนะ อย่าจ้องมากนักสิ

เสียงรุ้งก็เพราะนี่ ทำไมไม่ร้องตั้งนานแล้วล่ะ

ก็กอล์ฟร้องอยู่แล้ว จะให้ฉันร้องอีกทำไมล่ะ? ไม่เอาอ่ะ อายเสียงตัวเอง

งั้น......วันหลังร้องอีกนะ อยากฟังอีก ฉันไม่รับปากนะ แค่นี้กว่าจะกล้าร้องได้ก็เกือบตาย แต่ห้ามร้องให้
ใครฟังนะ!

ก็คนมันหวงอ่ะ เสียงเพราะอย่างนี้อยากเก็บไว้ฟังคนเดียว
.

ทางด้าน ไมค์ - ฟ้า

ไมค์ฟังดีๆ นะ ฉันจะพูด....ไม่สิ จะบอกแค่ครั้งเดียว นี่ก็กำลังรวบรวมความกล้าเหมือนกัน แต่ไม่ได้นัด
กันมานะ อยู่ๆ ก็ต่างคนต่างคิดขึ้นมา แต่มันตรงกันพอดี

ไมค์พยักหน้าตกลงอย่างงงๆ พยายามตั้งใจฟังที่ฟ้าจะบอก

ฉันยังยืนที่เดิม เฝ้าคอยมองดูเธอเสมอไป

นานแสนนานเพียงใด หรือไกลสุดขอบฟ้า

และจะยืนที่เดิม เมื่อยามเธอไม่ทุกข์และน้ำตา

เพียงเมื่อเธอมองมา ฉันยังยืนที่เดิม

ฉันยังยืนที่เดิม เฝ้าคอยมองดูเธอเสมอไป

นานแสนนานเพียงใด หรือไกลสุดขอบฟ้า

และจะยืนที่เดิม เมื่อยามเธอไม่ทุกข์และน้ำตา

เพียงเมื่อเธอมองมา ฉันยังยืนที่เดิม


ร้องจบแล้วต่างก็เงียบกันทั้ง 2 ฝ่าย ไมค์มองหน้าฟ้านิ่ง พูดอะไรไม่ออก........อย่ามองนักได้มั้ย ฉันอายจะ
ตายอยู่แล้วนะ ก็รู้อ่ะว่าเสียงตัวเองไม่เพราะเหมือนพี่รุ้ง แต่มันอยากร้องนี่ ให้กำลังใจก่อนที่ไมค์จะไป

จะพูดอะไรล่ะ ไม่เคยร้องอย่างนี้มาก่อนเลยนะ......

เนื้อเพลงตั้งยาว ร้องแค่นี้เนี้ย?

ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด.............

อีตาบ้า! พูดงี้ได้ไงวะ คนเค้าอุตส่าห์ร้องให้ฟังจะชมซักคำก็ไม่มี!!

ใครจะไปเก่งเหมือนนายล่ะ โอวาริโวสึเบรูก้าอะไรก็ไม่รู้ ก็ฉันอุตส่าห์ไปหัดร้องมาแค่นี้นี่!

โหย แฟนคลับเค้าร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว น่าอายมั้ยเนี่ย แฟนคลับร้องได้แต่แฟนจริงๆ ร้องไม่ได้

ก็ฉันไม่ใช่แฟนคลับนายนี่!! เรื่องอะไรล่ะ ฉันไม่หลงนายไปด้วยอีกคนหรอก หลงตัวเองชะมัด

ไมค์ฟังแล้ว อ๋อออ~~~ ลอยหน้าลอยตา ไม่ได้เป็นแฟนคลับ แต่เป็นแฟนจริงๆ ~ เออ ใช่!

เอ้ยยยย ฉันเลยเถียงไม่ออกเลย ก็นายไมค์เล่นพูดซะหน้าตาเฉย(หน้าด้าน) ซะขนาดนี้

ไมค์!!! ขึ้นเครื่องได้แล้ว! พี่กอล์ฟตะโกนเรียกมา มัวแต่จีบกันอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวก็ตกเครื่องหรอก

อือ ไปเดี๋ยวนี้แหละ! ไมค์ตอบกลับไป

แล้วติดต่อมาด้วยนะ อย่าหายเงียบไปเลยอีกล่ะ ไม่ใช่ว่าไปถึงนู่นแล้วลืมกันนะ จะอาละวาด
ซะให้แจ้นกลับมาไม่ทันเลย!!

เธอก็เหมือนกันอย่าซุ่มซ่ามมากนักล่ะ ไมค์บอกทิ้งท้ายแล้วรีบวิ่งหนี ฝ่ามืออรหันต์ที่กำลังจะตามไปได้อย่างหวุดหวิด
.

พี่กอล์ฟทำอะไรน่ะ? ไมค์ถามขณะที่เห็นกอล์ฟเปิด MD ทดลองฟังอะไรอยู่ หลังจากนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว

กอล์ฟหันมายิ้มบางๆ ให้ เปิดเสียงให้ไมค์ทันได้ฟังแค่นิดเดียว

.Kakenaide NamidawairanaiI'll be there for you.
ไมค์ฟังแล้วคุ้นๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเสียงพี่รุ้งนี่นา

โห! พี่กอล์ฟแผนสูง มีแอบอัดไว้ด้วยเหรอ?? โถ่ ไม่บอกกันมั่งเลย ไมค์จะได้เอาไปใช้บ้าง

กอล์ฟมองลงไปข้างล่าง ตึกอาคารสูงใหญ่เริ่มกลายเป็นจุดเล็กๆ ช่วงเวลาสั้นๆ ที่เกิดขึ้นกับคนๆ หนึ่ง

ถึงเวลาข้างหน้าจะมีเส้นทางที่จะต้องเลือกทางอีกสักกี่ทาง แต่เวลานี้.......เรายังคงเดินไปด้วยกัน!!
.

ฟ้ากับรุ้งยืนมองเครื่องบินที่กำลังทะยานขึ้นลอยลำไกลออกไป ถึงรู้สึกใจหายวูบๆ ยังไงไม่รู้ แต่ความอบอุ่นที่ฝากเอาไว้ก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้มาก

โชคดีนะกอล์ฟ ฉันพึมพำเบาๆ หวังสว่าคำอวยพรของฉันจะไปถึงนะ

ยัยฟ้ามองหน้าพี่สาวประมาณว่า

โห พี่รุ้ง! พูดงี้แล้วพี่กอล์ฟจะได้ยินได้ยังไงล่ะ มันต้องอย่างนี้......โชคดีนะ ไมค์!!!!!!!!!!!!!

กึก!

หลังจากที่ยัยฟ้าบ้าตะโกนออกไปซะก้องขนาดนั้นแล้ว ทุกสรรพเสียงรอบข้างก็เงียบกริบ ต่างหันมามองที่ทั้ง 2 คนกันหมด ยัยฟ้าจะรู้ตัวหรือยังไม่รู้แต่ฉันอ่ะ รีบเดินเร็วๆ ออกมไกลๆ เลย

ไม่รู้จักมัน!!!

อ้าว ! พี่รุ้งรอด้วยสิ ยัยฟ้าหันมาไม่เจอพี่ตัวเอง แถมสายตาจากคนรอบข้างที่มองมาอีก ทำให้เพิ่งนึกได้ว่าควรจะอายขึ้นมา.....เมื่อกี้เราทำอะไรลงไป??

รุ้งหันกลับไปมองเครื่องบินลำนั้นอีกครั้ง

ที่สัญญากันไว้.....การเดินไปด้วยกันของเรานั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ใกล้กัน ถึงจะไม่ได้จูงมือกันแต่ก็สามารถคอยช่วยพยุงซึ่งกันและกันได้

ความรักของเราไม่จำเป็นต้องจบอยู่แค่นี้.....การจากกันตรงจุดนี้ ไม่ได้ยุติทุกสิ่งทุกอย่าง

เส้นทางของเราต้องมาบรรจบกันซักวันหนึ่ง เพราะมันเหมือนวงกลม หมุนวนอยู่ภายในนั้น จนกว่าด้านใดด้านหนึ่งจะขาด......

นั่นจึงจะสิ้นสุด

ระยะทางที่ห่างกัน สิ่งที่สัมผัสได้คือความรู้สึกที่ยังเหมือนเดิม ก้าวไปพร้อมๆ กัน คอยเป็นกำลังใจให้กันและกัน เพื่อก้าวไปถึงจุดบรรจบของเส้นวงกลมที่รออยู่พร้อมๆ กัน


.............เราจะเดินไปด้วยกัน...........
.

END

รอติดตามดูโอ ภาค 2 นะคะ
แต่ก็ต้องรอให้ Devil จบก่อนถึงจะแต่งได้

edit @ 2006/11/02 21:17:58

2006/Nov/02

บทที่ 29 ลาจากและ.....

ที่สนามบิน........วันออกเดินทาง

ทางบ้านกอล์ฟ-ไมค์ก็มาส่งลูกชายทั้งสอง โดยมีความเป็นส่วนตัวอยู่มาก เพราะยังไม่ได้มีการให้ข่าวเรื่องนี้จึงยังไม่ค่อยมีใครรู้ เพราะทางต้นสังกัดอยากจะให้บอกตอนที่กอล์ฟ-ไมค์ไปแล้ว เพื่อความสะดวกสบายใจของตัวศิลปินเอง

ถึงแม้จะตื่นเต้นดีใจที่กำลังจะได้ไป แต่ก็ยังดูมีแววห่วงๆ กันอยู่ทั้งคู่..........ก็คนที่อยากให้มาส่งยังไม่มาเลย!

ในขณะที่ไมค์ทำท่าเหมือนไม่ได้สนใจจะรอใคร ทั้งๆ ที่ใจก็กำลังลุ้นอยู่ว่าฟ้าจะมารึเปล่านะ จะจากกันอยู่แล้ว......กอล์ฟเองเป็นฝ่ายหมดความอดทนกับท่าทีของน้องชายซะเอง

ไมค์! ไม่ใช่ว่าพี่ดูไมค์ไม่ออกนะ แต่พี่อยากให้ไมค์เคลียร์ปัญหาของไมค์เองเลยไม่ได้ถาม แต่ตอนนี้ไม่ถามไม่ได้แล้วล่ะ..ไมค์ทะเลาะกับฟ้าใช่มั้ย?

ไมค์ได้ยินที่ถามก็หน้าหมองลง อารมณ์ตัวเองก็ชักขึ้นเหมือนกัน เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ฟ้าไม่ยอมเข้าใจเลย!!

ก็พี่กอล์ฟคิดดูดิ ตั้งแต่คบกันมาไมค์ยังไม่เคยได้อะไรจากเค้าเลย มีแต่ไมค์อ่ะที่เป็นฝ่ายให้......ไม่ใช่ว่าไมค์อยากจะได้ของอะไรจากเค้าหรือว่าให้เค้าคอยเอาใจไมค์นะ ไมค์แค่อยากให้เค้าเข้าใจไมค์น่ะ แฟนเค้าเป็นดารานะ เป็นคนของประชาชนงานที่ต้องทำน่ะ มันหนักมากเลยนะ ทำไมไม่เข้าใจกันบ้างล่ะ ระบายออกมาแล้วก็รู้สึกเต็มตื้น ความอดกลั้นมาตลอดทั้งอาทิตย์เหมือนจะสิ้นสุดลงหลังจากได้พูดออกไปแล้ว

ไมค์กระพริบตาปริบๆ ไล่หยาดน้ำที่มันเอ่อขึ้นมา จนกอล์ฟได้แต่ตบไหล่ปลอบใจ.......ทั้งไมค์ทั้งฟ้ายังเด็กอยู่ด้วยกันทั้งคู่ ย่อมต้องเอาอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้งมากกว่าเหตุผลที่มีเป็นเรื่องธรรมดา

ไมค์เป็นไรลูก คุณแม่ของกอล์ฟ-ไมค์เข้ามาถาม เมื่อเห็นอาการของไมค์

ไมค์แสบตาเฉยๆ น่ะครับแม่ ไม่ได้เป็นอะไรหรอก กอล์ฟเป็นฝ่ายตอบแทน แต่คุณแม่ก็ยังอดห่วงไม่ได้

อยู่ที่นู่นก็อย่าลืมกินยานะ แล้วก็ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะลูก ไมค์พยักหน้ารับ

แล้วกอล์ฟก็มองเห็นรุ้งกำลังเดินตรงเข้ามาหา

รุ้ง!! กอล์ฟเรียกด้วยความดีใจ

ไมค์รีบเงยหน้าขึ้นมอง มีความหวังลึกๆ ว่าจะได้เห็นอีกคนเดินมาด้วย..........แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง

กอล์ฟเดินเข้าไปหารุ้ง แล้วก็สังเกตได้ว่า ฟ้าไม่ได้มาด้วย

แล้วฟ้าล่ะ? กอล์ฟถามเบาๆ ออกไป รุ้งก็ไม่รู้ว่าจะตอบว่ายังไงดี ทั้งคู่เหลือบไปมองไมค์ที่ยังนั่งหน้าเศร้าอยู่ที่เดิม มองรุ้งเหมือนกำลังรอคำตอบที่กอล์ฟถามไปอยู่

เฮ้ย ไมค์....คิดมากน่า กอล์ฟปลอบใจ

นึกแล้วว่าต้องไม่มา! ไมค์พูดอย่างน้อยใจ แล้วลุกเดินหนีไป ปล่อยให้กอล์ฟกับรุ้งอยู่กันตามลำพัง

ฟ้าไม่มาจริงๆ เหรอ? กอล์ฟถามรุ้งหลังจากที่ไมค์เดินไปแล้ว รุ้งถอนใจก่อนจะตอบ

จริงๆ น่ะมา แต่ไม่กล้าเข้ามาน่ะสิ

อ้าว ทำไมล่ะ?

ไม่กล้าเจอหน้าไมค์........ รุ้งตอบตามที่คิดว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น กอล์ฟเลยได้แต่งง น้องเรามันไปทำวีรกรรมไว้หนักขนาดฟ้ายังเอาไม่อยู่เลยเหรอวะ?
.................................................................................

จริงๆ แล้วน่ะ ฟ้ามาพร้อมกับรุ้งนั่นแหละ แต่พอมองหากอล์ฟ-ไมค์เจอแล้ว อยู่ๆ ก็ไม่กล้าเข้าไปหาซะงั้นแหละ

พี่รุ้ง.....ฟ้าไม่เข้าไปนะ ฟ้าดึงแขนไว้ก่อนที่รุ้งจะเดินเข้าหา

ทำไมล่ะฟ้า? ไมค์จะไปแล้วนะ รุ้งถามด้วยความแปลกใจ ทั้งที่ตอนก่อนออกจากบ้าน ชวนแล้วยัยฟ้ายังยอม
มาดีๆ อยู่เลย

ไมค์คงไม่อยากเจอหน้าฟ้าหรอก ฟ้าพูดแล้ว ก็น้ำตาจะไหล ฟ้ารู้ว่าพี่รุ้งรู้มาตลอดแหละ ว่าฟ้าโกหก ฟ้าไม่
ได้คุยกับไมค์เลย พี่รุ้งเข้าใจนะ?

รุ้งเลยได้แต่พยักหน้า

ฝากให้ไมค์ด้วยนะ พี่รุ้ง ฟ้ายื่นกระดาษจดหมายธรรมดาแต่พับเรียบร้อยส่งให้พี่สาว

ฉันรับมันมาก่อนจะเดินเข้าไปหากอล์ฟตามลำพัง อดไม่ได้ที่เหลียวไปมองหาน้องตัวเองเป็นระยะ จนแน่ใจว่าฟ้ายังรออยู่ที่เดิม
.................................................................................

ฉันหยิบกระดาษที่ฟ้าฝากมาขึ้นมาส่งให้กอล์ฟ พร้อมกับบอกว่า

ฟ้าฝากมาให้ไมค์น่ะ กอล์ฟพยักหน้ารับของฝากมา แล้วจะให้ไมค์ให้

ทีนี้ต่างคนต่างเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไรดี ทั้งๆ ที่อุตส่าห์เตรียมคำพูดกันมามากมาย

จะรอฉันกลับมารึเปล่า? ในที่สุดกอล์ฟก็เป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน ด้วยคำถามเตรียมทำใจ

ก็อยากให้รอรึเปล่าล่ะ? ฉันย้อนถามกลับไป จริงๆ ก็อยากจะตอบตรงๆ นะ แต่ให้ตอบมันตรงนี้เลยเหรอ ฉันก็ยังมียางอายอยู่อ่ะ >///<

กอล์ฟทำท่าคิดก่อนจะพูดยิ้มๆ ออกมา

ก็รอไปก่อนจนกว่าฉันจะกลับมาแล้วค่อยบอกทีเดียวเลยแล้วกันถ้าจะไม่รอแล้ว เจ้าเล่ห์เหลือเกินนะ เอากำไรเข้าตัวเองชัดๆ เล่นมัดมือชกกันแบบนี้

แล้วตาก็เหลือบไปเห็นสร้อยรูปตัว R ที่กอล์ฟใส่อยู่.....

กอล์ฟยังใส่อยู่เหรอ? ฉันถามเสียงอ่อย ก็ของฉันโยนทิ้งไปแล้วอ่ะ

กอล์ฟจับจี้รูปตัว R ขึ้นมา

อื้อ! ก็สัญญากันแล้วว่าจะไม่ถอดนี่ เอ่อ จะว่าไป ฉันก็ไม่ได้ถอดนะ แค่กระตุกออกมาเลยเท่านั้นเอง....
ไม่ผิดใช่ป่ะ? sleep.gif

รุ้งก็ต้องใส่ด้วย! อยู่ๆ กอล์ฟก็พูดขึ้นมา แล้วฉันจะเอาที่ไหนมาใส่ล่ะ?

ก็......กระชากทิ้งไปแล้ว.... บอกไม่เต็มเสียง หน้าก็ไม่กล้ามองขณะที่พูด

กอล์ฟเลยหยิบอีกเส้นที่มันมีคู่กันขึ้นมา.......มันเส้นที่ฉันกระชากทิ้งไปนี่นา! ไม่ใช่สิ! เส้นนั้นขาดไปแล้ว

สายสร้อยใหม่คล้องจี้รูปตัว G ที่รุ้งเคยเก็บติดตัวไว้ตลอด

มา ใส่ให้ ฉันเลยเลี่ยงไม่ได้ เล่นสั่งยังกะญาติผู้ใหญ่ มองซ้ายมองขวาว่าไม่มีคนสนใจถึงหันหลังให้รวบ
ผมที่ยาวออกปัดมาข้างหน้าเพื่อที่กอล์ฟจะได้ติดขอได้สะดวก

อ๊ากกกกกก ดีนะ ที่หันหลังให้ ไม่งั้นนายกอล์ฟได้เห็นฉันหน้าแดงแจ๋แน่เลย เมื่อไหร่จะเสร็จซักทีเนี่ย ติดช้าจัง!

ทีนี้ไม่ให้ถอดออกแล้วนะ ใส่ไว้อย่างนี้แหละ ใครเห็นก็ช่าง กระชากก็ไม่ได้! นี่! ฉันยังไม่อยากประจาน
ตัวเองหรือหาเรื่องโดนคนเกลียดนะ

ไม่ต้องมากระแนะกระแหนเลย แล้วกอล์ฟน่ะ คนเป็นพูดเองนะอย่าถอดก่อนก็แล้วกัน ให้ฉันสั่งบ้างดิ

ไม่ถอดหรอก จะใส่ออกโชว์ทุกงานเลย โอเคป่ะ? มีถามกวนๆ กลับมาอีก แต่ท่าทางจะใส่โชว์จริงๆ แหละ

บ้าดิ ใส่แล้วเก็บไว้ข้างในนะ เดี๋ยวมีคนถามก็เป็นข่าวหรอก แล้วคนที่ซวยอ่ะ ฉันด้วยอีกแหละ ดูตัวอย่าง
จากคราวไมค์กับฟ้าสิ........2 พี่น้องนี่ช่างสร้างข่าวกันจริงๆ

อ้าว มีคนถามไม่ดีเหรอ?

ดีอะไรล่ะ กอล์ฟดังพอแล้ว ฉันยังไม่อยากดังอีกคนหรอกนะ กอล์ฟหัวเราะขำ นี่มาแกล้งยั่วกันเล่นก่อนไป
รึไงเนี่ย?

แล้วจะโทรมาหาบ่อยๆ ถ้ามีเวลานะ

เมล์มาก็ได้ ถ้าไม่ว่างน่ะ

อือ..... กอล์ฟดึงมือฉันไปถือไว้เล่นๆ อีกแน่ะ ฉันตัวเย็นเลย แต่ความอบอุ่นที่มือกุมกันอยู่น่ะ อยากให้
เป็นอย่างนี้ไปนานๆ ยังคิดไม่ออกเลยว่าหลังจากที่กอล์ฟไปแล้วตัวเองจะมีอาการยังไงบ้างนะ

ขอให้โชคดีนะ.....แล้วก็......รีบกลับมาด้วย ฉันบอกลา เมื่อได้ยินเสียงประกาศให้ผู้โดยสารสายการบิน
ดอนเมือง-นาริตะเตรียมตัว

ขอบใจนะ แต่มืออ่ะ ยังไม่ยอมปล่อยเลย เค้าจะไปกันอยู่แล้วนะ จนฉันต้องเตือน

ปล่อยได้แล้วมั้ง จะไม่ไปเหรอไง? ฉันปรายตามองมือที่จับกันอยู่ กอล์ฟยิ้มเขินแล้วกระชับมือที่จับอยู่นั้น
แน่นขึ้นทีหนึ่งเหมือนแทนความหมายอะไรบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องพูดก็รู้สึกได้ก่อนจะยอมปล่อย แล้วเดิน
ไปไมค์

เฮ่อ! ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แค่บอกลาฉันยังเหนื่อยเหมือนได้ไปญี่ปุ่นกับนายด้วยเลย!
.................................................................................

กว่าจะลากันเสร็จนะพี่กอล์ฟ ไมค์แซว

ก็มันมีคนให้ลานี่ ไมค์เลยยิ่งหน้าบึ้งเข้าไปใหญ่ พูดเหมือนงอนๆ ดูดิ ขนาดจะไปแล้วยังไม่ยอมมาส่งเลย

กอล์ฟเห็นท่าทางน้องแล้วได้แต่ส่ายหน้า

ก็ทำหน้าอย่างนี้ใครเค้าจะอยากมาส่งเล่า.......อ่ะ นี่ ฟ้าฝากมาให้ โห แค่ได้ยินนี่ตาวาวเลยนะ

ไมค์รับกระดาษที่พับๆ ไว้เรียบๆ ธรรมดานั้นเปิดออกอ่านดู

.............ขอโทษที่วันนั้นพูดออกไปแบบนั้น จริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะห้าม แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงพูด
ออกไป

ไม่มีฉันอยู่ก่อกวนนายคงสบายใจขึ้นนะ....ขอให้โชคดี..............


ข้อความสั้นๆ ในกระดาษทำให้ไมค์อึ้ง รู้สึกคิดถึงฟ้าขึ้นมาจับใจ แค่กระดาษใบเดียวเท่านั้นเหรอที่มาส่งน่ะ?

กอล์ฟได้แต่ตบไหล่ ไม่รู้จะแนะนำอะไรได้ (เพราะแกยังไม่ได้อ่านข้อความในกระดาษเลย)

กอล์ฟหันไปโบกมือลารุ้งและบอกลาทุกคน แล้วเดินไปขึ้นเครื่องพร้อมกับไมค์

ขณะที่กำลังจะเข้าประตู ไมค์เผลอมองไปตามทางที่รุ้งเดินกลับไปแล้วก็เห็นฟ้าเดินอยู่ข้างๆ รุ้ง หันมายิ้ม
เศร้าๆ ให้พอดีเหมือนเป็นคำบอกลาสั้นๆ ที่ไม่ได้พูดออก ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปพร้อมกับรุ้ง

ฟ้า! ไมค์เรียกชื่อฟ้าเบาๆ อย่างลืมตัว ทำท่าจะวิ่งตามไป แต่กอล์ฟรีบดึงเอาไว้

ไมค์! เครื่องจะออกแล้วนะ

ไมค์หันมามองกอล์ฟแล้วหันไปมองฟ้าอย่างตัดสินใจ สุดท้ายก็ต้องเดินเข้าประตูไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.................................................................................

นานมากแล้วมั้งที่ 2 หนุ่มนั่นไม่อยู่ แต่ก็รู้สึกว่าฉันเรียนมาได้หลายเดือนแล้วล่ะ แน่นอนฉันกับยัยฟ้ายังอยู่
เป็นปกติสุขอยู่

ถึงจะไม่มีใครมาพูดกวนใจคอยหยอกล้อเหมือนช่วงเวลาสั้นที่ผ่านมา แต่ฉันก็ไม่ได้เหงาๆ มากมายอะไร เพื่อนๆ ยังมีล้อฉันอยู่เรื่อยแหละ เรื่องกอล์ฟน่ะ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันจะล้อเลียนอิงความจริงกันไปถึงไหน

ส่วนยัยฟ้าน่ะ เท่าที่รู้ๆ ก็ค่อยเบาใจหน่อย มันไม่ได้มีอาการเศร้าซึมอย่างที่กลัวกันไว้หลังจากที่ไมค์ไปแล้ว กับเพื่อนที่ ร่วมฤดีก็ยังเข้ากันได้ดีอยู่ อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงกำหนดกลับมาเตรียมอุดมแล้ว ไม่รู้ว่าฉันจะดีใจหรือเสียใจเนี่ยที่น้องสาวสุดที่รักจะย้ายกลับมาเรียนด้วย

เดี๋ยวอะไรก็ ..พี่รุ้ง......พี่รุ้ง!! ไม่ค่อยจะยอมทำอะไรเองซักอย่าง ฉันล่ะเหนื่อยจริงๆ เป็นประธานดูแลนักเรียนทั้ง ร.ร. แค่น้องตัวเองยังดูแลไม่ไหวเล้ย

แล้วก็เรื่องสร้อยเจ้ากรรมมันทำเหตุจนเกือบความแตกอีก ฉันไม่ได้อยากจะใส่มา ร.ร. อย่างนี้ทุกวันนะ ตอนแรกแค่เอาติดกระเป๋าไว้กับตัวตลอดเท่านั้นเอง sleep.gif แต่กอล์ฟสั่งให้ฉันใส่อ่ะ เดี๋ยวจะหาว่าพอไม่อยู่แล้วไร้เยื่อใยต่อกัน

เรื่องมันเกิดเพราะไอ้กองสมุดบันทึกการสอนที่ฉันกับไอ้แก้ว ไอ้หมิงช่วยกันหอบมาที่ห้องทะเบียนน่ะสิ แต่ปกติฉันไม่ได้เป็นคนทำนะ งานนี้ แต่วันนี้มันเย็นมากแล้วเลยไม่เหลือใครอยู่เลย ยัยหมิงดันซุ่มซ่ามแค่เล่มบนสุดที่มันถืออยู่จะร่วงลงมาก็รับไม่ทัน เลยเซมาชนฉันกับยัยแก้วล้มกันระเนระนาด นี่ดีนะ ที่ไม่มีใครเห็นไม่งั้น..........อับอายไม่มีชิ้นดีแน่ๆ เลย

ไอรุ้ง!! แกใส่สร้อยอะไรน่ะ? แก้วตาไวเสียงเงินๆ แวบเข้าตา เลยมองเห็นสร้อยคอที่มันหลุดออกมาข้างนอกปกเสื้อนักเรียน ขณะที่กำลังก้มหน้าก้มตาช่วยกันเก็บสมุด

แล้วพอไอ้แก้วเห็น ไอ้หมิงก็เห็นด้วยเลย รับถลาเข้ามาดูแทบจะกระชากฉันคอหลุดกันเลย

โอ๊ยยย เบาๆ หน่อยสิ!! ฉัยโวยวาย เก็บสร้อยไม่ทันอ่ะ

ตัว G อ่ะแก! ใครให้วะ? ทำไมจะต้องมาคิดว่ามีใครให้ด้วยเนี่ย ฉันซื้อใส่เอง ไม่ได้มีใครให้

เฮ้ยยย จะบ้าเหรอ ตัว G มันไม่ใช่ชื่อแก แล้วแกบ้าซื้อมาใส่ทำไมวะ? หมิงยังไม่เลิกจับผิด

ก็มันจำเป็นด้วยเหรอไง ที่ต้องใส่ชื่อตัวเองอ่ะ? ฉันย้อน เลยโดนสะท้อนกลับมาหาตัวเองเลย ก็ถ้าไม่ใช่ชื่อตัวเองมันก็ต้องเป็นชื่อแฟนสิวะ ที่ใส่อ่ะ

อึ้งกันไปหมด นึกกันดีๆ มันจะพ้นใครล่ะ ตัว G อ่ะ.......ที่รุ้งสนิทด้วย

โอ๊ยยยยย อย่ามามองฉันกันแบบนี้ได้มั้ย

ก็มันน่าสงสัยนี่หว่า นี่แกกำลังปิดเพื่อนอยู่นะ รุ้ง...คบกับกอล์ฟก็บอกพวกเราบ้างก็ได้ เราไม่ได้อิจฉานะเว่ย นี่เล่นปิดกันเงียบเลย

นี่พวกแกก็คิดเองเออเองอยู่แล้วจะมาถามฉันอีกทำไม ฉันไม่พูดอะไรก็ดีแล้ว เกิดเป็นข่าวขึ้นมาฉันก็ซวยอีก ฉันก็พยายามพูดแบ่งรับแบ่งสู้ไป ใจจริงก็ไม่อยากปิดบังเพื่อนอ่ะ แต่จะให้บอกไปเลยมันก็คงไม่ดี.......ไม่เหมือนยัยฟ้าอ่ะ เป็นแฟนกันที คนเค้ารู้กันไปหมดห้องเลย

แกพูดอย่างนี้ แสดงว่าเรื่องจริงนะ ไม่ได้ปฏิเสธใช่มั้ยเนี่ย กลายเป็นว่า เลยแซวกันไปซะงั้นเลย

พอๆๆ ไม่ต้องคิดอะไรกันเลย ช่วยกันเก็บสมุดเร็วๆ แล้วไอ้แก้วปล่อยมือออกจากคอฉันได้แล้ว ดึงกันไปดึงกันมา เดี๋ยวอ.ก็เห็นหรอกว่าฉันใส่เครื่องประดับมาร.ร. ฉันหันไปตีมือแก้ว

ไม่ได้ค่ะ เป็นประธานนักเรียนต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี

พูดแล้วก็นึกถึงเจ้าของสร้อย!!.

กอล์ฟส่งเมล์มาบอกหลังจากถึงที่พักเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ไม่ค่อยได้ส่งมาบ่อยๆ หรอก ฉันก็รู้ว่าเค้ายุ่งจะตาย

เลยได้คุยกันแต่ทางเมล์เท่านั้น บางทีเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟัง กิจกรรมที่ทำ ได้ไปที่ไหนมาบ้าง ภูมิอากาศ (แล้วคนแต่งก็สับสนค่ะ มันไปกันฤดูอะไรวะ???) อ่านแล้วน่าอิจฉาจริงๆ ที่นู่นขนาดหน้าร้อนยังหนาวกว่าหน้าหนาวที่ไทยอีกมั้ง

อยู่ที่นี่นะ ........ร้อนๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!

มีอยู่วันนึง มือถือฉันร้องสายเข้าตอนเที่ยงคืนปลุกฉันที่กำลังเคลิ้มๆ ตื่นเลย แล้วเบอร์ไม่คุ้นอีกนะ

รับโทรศัพท์ไปด้วยเสียงงัวเงียน่ะสิ

รุ้ง ฉันเองนะ! เสียงที่คุ้นเคย จำได้ติดหูตอบกลับมา เท่านั้นแหละ ตาสว่างเลย

กอล์ฟ!! อย่างแรกที่ทำคือ เรียกชื่อออกไปก่อนเลย ความดีใจมันทำให้คิดไม่ออกว่าจะพูดไรต่อดี ปกติไม่
เคยโทรมาเลย มีแต่ส่งเมล์มาหา เกือบทุกอาทิตย์ได้

โทษทีนะ ที่โทรมาตอนดึกขนาดนี้.....กวนรึเปล่า? เที่ยงคืนๆ (ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่คนแต่งนั่งปั่นฟิคอยู่
เป็นประจำค่ะ)

อ๋อ ไม่หรอก ไม่ได้โกหกนะ ถึงจะหลับไปแล้ว แต่พอนายโทรมา จะให้ฉันกลับไปนอนต่อ มันจะไม่หลับ
แล้วน่ะสิ แล้ววันนี้ว่างเหรอ ถึงโทรมาได้

อืม เพิ่งจะว่างน่ะ นึกถึงรุ้งเลยโทรมาหา....ตอนแรกก็กลัวว่าจะนอนแล้ว แต่คิดไปคิดมา เดี๋ยววันอื่นจะไม่มี
เวลาโทร เดี๋ยวนะ นึกก่อน.....ญี่ปุ่นๆ......ห่างจากเรา 2 ชั่วโมง ก็ตี 2 แล้วอ่ะดิ!!

อืม งานเยอะมากเลยเหรอ

ก็พอสมควรน่ะ แต่ก็สนุกดี คุยไปคุยมาแล้วก็อดยิ้มกับโทรศัพท์ไม่ได้ ตอนนี้เรา 2 คนก็ต่างคนต่างมี
หน้าที่ของตัวเองที่จะต้องทำ ดูกอล์ฟก็คงจะมีความสุขกับงานของเค้าเหมือนกัน

แล้วรุ้งล่ะ เป็นไงบ้าง?

สบายดี ไม่ได้เป็นอะไร ฉันตอบไปแค่นั้น กอล์ฟล่ะ ทำงานหนักๆ อย่างนี้ได้พักผ่อนบ้างรึเปล่า? ฉันถามด้วยความเป็นห่วง กลัวลิงจะกลายเป็นหมีแพนด้า!

ก็พักบ้าง ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไม่ได้บอกซะหน่อยว่าห่วง อย่ามาทำเป็นรู้ดีสิ

ไม่ได้ห่วงซะหน่อย รู้อยู่แล้วว่ากอล์ฟน่ะ ไม่เป็นอะไรหรอก ตายยาก....

โห คนอุตส่าห์โทรมาหา.ไม่มีพูดหวานๆ ให้กำลังใจทำงานกันมั่งเลย กอล์ฟพูดตัดพ้อน้อยๆ ถึงได้ยินแค่
เสียง แต่ก็ยังยิ้มให้กัน ฉันก็ไม่ได้หวังว่ากอล์ฟจะโทรมาหาได้บ่อยๆ หรอก นี่เพิ่งเป็นครั้งแรกเองที่โทรมา

คุยกันอีกไม่กี่นาทีก็วางสายไป ทางด้านนู้นจะนอนเลยรึเปล่าไม่รู้ล่ะ แต่ฉันน่ะ อีกครึ่งคืนไม่หลับแล้ว นอน
อมยิ้มค้างจนตอนเช้าตื่นขึ้นมายัยฟ้าทัก

เมื่อคืนฝันดีมากเลยเหรอ พี่รุ้ง?.ตื่นมาก็ยิ้มไม่หุบเลย ฉันไม่ได้ตอบอะไร จริงๆ มันไม่ได้นอนแล้วจะฝัน

ได้ยังไงล่ะ

ส่วนยัยฟ้าน่ะ เท่าที่ฉันรู้ เหมือนกับไม่ได้ติดต่ออะไรกับไมค์เลยนะ ถามกอล์ฟเมื่อคืนกอล์ฟก็บอกว่า ไมค์ไม่ได้พูดอะไรถึงฟ้าเลย........จะตัดขาดกันง่ายๆ อย่างนี้เหรอ คู่นี้!~!

ฟ้า....... ลองเสี่ยงถามดูหน่อยแล้วกัน ได้ติดต่อกับไมค์บ้างมั้ย

ฟ้าที่กำลังทานข้าวเช้าอยู่ ถึงกับชะงักไป ก่อนจะยักไหล่ พูดคุยเหมือนปกติ

ก็ไม่........ไมค์เค้ายุ่งจะตายไม่มีเวลาติดต่อกันหรอก เห็นท่าทางเป็นธรรมชาติขนาดนี้
แล้ว ฉันเลยไม่รู้จะพูดว่ายังไง ชักน่าเป็นห่วงมากๆ เลย คอยช่วยพี่มาตลอด แต่พอเจอเรื่องของตัวเองก็ไป
ไม่ไหว แล้วยังค้างคากันอยู่อย่างนี้อีก

ยัยฟ้าไม่ใช่ว่าไม่มีใครมาสนใจนะ........ไม่อยากจะเชื่อว่ามีคน(ตาถั่ว)มาจีบเหมือนกัน (คนแต่งก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน) .......แต่คุณเธอไม่สนเลย หนักๆ เข้าแม่คุณด่าจนเค้าเหวอไปเลย เฮ่อ นี่ถ้าน้องฉันขายไม่ออกนี่ จะต้องโทษกอล์ฟด้วยมั้ยเนี่ย โทษฐานที่เป็นพี่น้องกัน!!
.................................................................................

ประเทศญี่ปุ่น

กอล์ฟ-ไมค์ก็กำลังทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด ถึงจะไม่ค่อยมีเวลาว่าง แต่ก็ยังไม่คิดจะท้อ วันๆ เรียนภาษาญี่ปุ่น ซ้อมเต้น เลือกเพลงที่ต้องใช้เป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว อยู่อย่างนี้ทุกวันๆ แต่ก็ไม่เคยเบื่อ

งานที่ตัวเองภูมิใจที่จะทำ ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนมันก็ยังสนุกอยู่ดี

พี่กอล์ฟ.....ทำไมวันนี้เต้นไปยิ้มไปทั้งวันเลย ไมค์เดินเข้ามาถามพี่ชายในระหว่างช่วงพักของการซ้อม

อารมณ์ดี กอล์ฟตอบสั้นๆ ยิ้มๆ

เมื่อคืนคุย M กับพี่รุ้งเหรอไง? อยู่ซะดึกเลย

เปล่า เมื่อวานโทรไป กอล์ฟบอกตรงๆ จนไมค์เหวอ โห โทรไปเลยเหรอ?.......หวานกันจัง มิน่า ถึงได้มีกำลังใจซ้อม

แกก็โทรไปหากำลังใจบ้างดิ.....เดี๋ยวให้ยืมค่าโทรเลย ไมค์ที่กำลังหน้าตาอารมณ์ดีๆ เริ่มเงียบไป ไมค์....ไม่ได้คุยกับฟ้าเลยเหรอ? กอล์ฟลองถามดู

เพื่อนร่วมควาสคนนึงตะโกนเรียก

renshuu shimashou (เรงชูชิมาโชว มาซ้อมกันต่อ....ถ้าผิดก็ขออภัยนะคะ)

Hai!!~ ไมค์หันไปตอบรับ แล้วลุกขึ้นไปซ้อมต่อ อย่าเลย พี่กอล์ฟ.......ไมค์ทำงานดีกว่า

ทำเหมือนไม่ทุกข์ไม่ร้อนเลยนะ กอล์ฟได้แต่ส่ายหน้า อยู่ห่างกันซะด้วยสิ ตัวเองก็คุยกับรุ้งไม่ค่อยสะดวก ไม่งั้นคงได้วางแผนช่วยให้มันเข้าใจกันเร็วๆ เป็นการทดแทนซะบ้าง

แล้วอยู่ๆ นายไมค์ก็วิ่งเข้ามาหาเหมือนมีเรื่องเร่งด่วน

พี่กอล์ฟ!!.ไป! คำเดียวสั้นๆ ไม่ขยายใจความ กอล์ฟเลยได้แต่งงง

ไปไหน?
.................................................................................

วันอาทิตย์

ใช่เลย วันนี้มันวันอาทิตย์ เป็นวันหยุดพักผ่อน แล้วทำไมฉันจะถ่อสังขารไปรับหนังสือกับแผ่นซีดีที่ยัยฟ้ามันสั่งเอาไว้เป็นกระตั๊ก เพราะมันยังทำการบ้านไม่เสร็จเนี่ย ร้อนก็ร้อนแถมยังหนักอีกไม่รู้มันแอบซุ่มสั่งอะไรไว้นักหนา แล้วเงินน่ะ ให้ฉันออกให้ก่อนอีกแล้ว(แล้วแกก็ดูกับมันด้วยนั่นแหละ รุ้ง)

พี่รุ้ง ฟ้าฝากซื้อเค้กใน My Bread มาให้ด้วยดิ อยากกินอ่ะ ดูสิ ไม่มาเองแล้ว มันยังโทรมาสั่งเลย

จะบ้าเหรอฟ้า พี่กลับมาถึงหน้าบ้านแล้วทำไมถึงเพิ่งบอก

อ้าว! โธ่ อดเลย ยัยฟ้าครวญคราง ก็แล้วทำไมไม่สั่งตั้งแต่ก่อนไปล่ะ?

ก็มันเพิ่งนึกได้นี่ แล้วพี่รุ้งซื้ออะไรมาบ้างล่ะ?

เดี๋ยวค่อยเข้าไปดูในบ้านแล้วกัน ถึงบ้านแล้วเนี่ย ออกมาเปิดประตูให้พี่ทีสิ ฉันสั่ง มานึงไขกุญแจหน้า อีกมือหิ้วของ แล้วไหล่ยังต้องหนีบโทรศัพท์ไว้อีก

รุ้ง!!

ฉันสะดุ้ง รีบหันกลับมาตามเสียงที่เรียกอยู่ข้างหลัง ใจนึงก็อยากให้ไม่ได้หูฝาดไป อีกนึงก็แย้งว่า เฮ้ย เป็นไปได้ไง........

กอล์ฟ!!!! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะ กอล์ฟยืนอยู่ข้างหลังจริงๆ ฉันดีใจจนตกใจ(ยังไงวะ?) จนเผลอปล่อยมือถือร่วง (อีกแล้วแก) วันก่อนยังคุยโทรศัพท์กันอยู่เลย ไม่เห็นบอกกันก่อนว่าจะกลับมา

กอล์ฟขำ.........มือถือเครื่องนี้มันสมบุกสมบันมากเลย ทนมือรุ้งอยู่ได้ยังไงเนี่ย

โอ๊ยยย คิดถึงอ่ะ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ขอร้องว่าอย่าเอาเรื่องที่ฉันพูดนี่มาล้อทีหลังนะ มันพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว ทำเอากอล์ฟยิ้มปลื้มไปเลย ทีตอนคุยโทรศัพท์กันนะ ถามแทบตายว่าคิดถึงกันมั้ย ไม่มีบอก

เมื่อคืน

แล้ว.....งานเสร็จแล้วเหรอ? ไม่น่าหรอกมั้ง เพิ่งไปได้ไม่กี่เดือนเอง แต่ใจฉันอ่ะ อยากให้เป็นอย่างนั้นจะตาย

ยังหรอก จะกลับมาจัดการเรื่องเรียนทางนี้ให้เรียบร้อยก่อนน่ะ กะจะดร็อปเรียนเอาไว้ แล้วกลับไปทำเทปต่อ

ก็ยังดี ได้กลับมาแป็บนึง

พอดียัยฟ้าเปิดประตูบ้านให้ฉัน เลยตะลึงไปอีกคน

"พี่กอล์ฟ!

กลับมาได้ไงอ่ะ??

ฟ้าเปิดประตูค้างไว้อย่างนั้น จนฉันต้องสะกิดเตือน......จะเข้าบ้านค่ะ ยืนขวางประตูอยู่ได้ ร้อนนะ

ยัยฟ้าเลยหลบทางให้ พอนึกขึ้นได้ก็แอบชำเลืองมองไปหลังๆ กอล์ฟ ว่ามีใครตามมามั้ย แล้วก็ต้องผิดหวัง

มาคนเดียวเหรอคะ? แล้ว......... ไมค์ไม่ได้กลับมาด้วยเหรอ

กอล์ฟพยักหน้ายิ้มปลอบใจแค่นั้น ฟ้ารับรู้แล้วเซ็งเลย

พี่รุ้งคุยกับพี่กอล์ฟไปนะ ฟ้าจะขึ้นไปทำงานต่อข้างบน

ฟ้าบอกหลังจากที่เดินเข้ามาในบ้านด้วยกัน เรียบร้อยผิดปกติ

เดี๋ยวฟ้า! อ่ะ ขนม ฉันส่งกล่องขนมที่ซื้อมาไปให้ พร้อมกับถุงหนังสือซีดี เอาไว้เป็นเพื่อนมีอะไรกินมีอะไรดูจะได้ไม่ต้องคิดมาก (แต่น้องจะไม่ได้ทำการบ้านนะ รุ้ง)

ยัยฟ้ารับไปแล้ววิ่งขึ้นข้างบนไปเลย สงสัยได้เก็บตัวเงียบอีกแล้วแน่เลย........ตั้งแต่ทะเลาะกับไมค์ก็เป็นอย่างงี้ เก็บตัวเป็นพักๆ ปล่อยให้อยู่คนเดียวซักพักก็จะดีขึ้นเอง.........ยัยฟ้ามันเข้มแข็งพอ ฉันเชื่อใจ
.................................................................................

เข้ามาในห้องแล้วก็ปิดประตูล็อกกลอน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยังจะหวังอะไรอีกเหรอ เค้าไม่มายุ่งกับเราอีกก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ต้องมาทะเลาะกันอีก ต่างคนต่างอยู่ ทำหน้าที่ของตัวเองไป อะไรที่มันเริ่มต้นมันก็ต้องมีจุดจบของมันเป็นเรื่องธรรมดา

ช่วงเวลานึง เรากับไมค์เคยมีความรู้สึกดีๆ มอบให้กัน เป็นเรื่องประทับใจที่น่าเก็บไว้ในความทรงจำไม่ใช่เหรอ อย่าให้สิ่งที่เราพูดออกไป มาทำลายความทรงจำดีๆ ที่เหลือนั้นไปเลย

ฉันนั่งลงบนโต๊ะหนังสือที่ทำงานค้างอยู่อย่างเหนื่อยๆ มองขนมแล้วไม่เห็นอยากกินเลยอ่ะ รู้สึกอิ่มตื้อขึ้นมาซะอย่างนั้น พี่รุ้งยังเคยถามด้วยความเป็นห่วงเลย

ฟ้า แกเป็นโรคกระเพาะบ้างรึเปล่าเนี่ย ข้าวไม่ค่อยได้กินเลย

ยังไม่ได้เป็นอะไรหรอก บางทีมันไม่หิวจริงๆ นะ

เอาซีดีมาเปิดดูดีกว่า จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าสั่งคอนเสิร์ตอะไรไปบ้าง ดูๆ ไปจะได้ไม่ต้องคิดมาก

แต่รู้สึกว่ามันจะช่วยให้ดีขึ้นมาได้นิดนึงนะ ถึงบางทีจะเผลอใจลอยจนต้องรีกลับมาดูใหม่

ดูๆ ไปซักพักพี่รุ้งก็มาเคาะประตูอีกแล้ว อะไรอ่ะ จะเรียกลงไปกินข้าวเหรอ?

ฟ้าไม่หิวอ่ะ พี่รุ้งกินกับพี่กอล์ฟเหอะ ถ้าจะออกไปข้างนอกล็อกประตูบ้านให้ด้วยนะ ฉันตะโกนตอบไป

อ้าว! แล้วพี่รุ้งก็ไม่ตอบกลับมาเลยนะ ........หรือมีเรื่องอะไรกันรึเปล่าเนี่ย?

ฉันเดินออกไปถอดกลอนประตู เปิดออกไปดู แล้วก็แทบช็อกกับคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง แต่เสียงที่เรียกออกไปยืนยันความแน่ใจของตัวเอง กลับแผ่วซะจนแทบไม่ได้ยิน

ไมค์!!!!
................................................................................